ปั้นแบรนด์แฟรนไชส์ขยายตลาดใน AEC ทำอย่างไรให้สำเร็จ


       จากธุรกิจแฟรนไชส์วอฟเฟิลขนาดเล็ก จนพัฒนาสู่ธุรกิจขนาดใหญ่ได้ เพราะรู้จักคงมาตรฐานคุณภาพของสินค้า ศึกษาการตลาดอย่างใกล้ชิด กระทั่งปัจจุบันเปิดสาขาในไทยกว่า 200 แห่ง ส่งผลให้มีกำไรต่อปีกว่า 180 ล้าน อีกทั้งยอดขายพุ่งสูงกว่า 1 ล้านชิ้นต่อปี รวมทั้งสามารถเปิดโลกวอฟเฟิลสู่ AEC กว่า 5 ประเทศ

       “ครั้นหนึ่งผมก็เคยเป็นธุรกิจระดับ s มาก่อน แต่ก็สามารถพัฒนาต่อจนกลายเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ได้” โดยคุณสิทธิชัย  พนิตนรากุล กรรมการผู้จัดการ “เดอะวอฟเฟิล” ได้เล่าเกี่ยวกับจุดเริ่มต้นในงาน SMART SME EXPO 2015 ว่า “ธุรกิจนี้ทำมาตั้งแต่ปี 2547 ซึ่งเริ่มแรกไม่เคยทำธุรกิจด้านอาหารมาก่อน แต่ที่หันมาทำธุรกิจนี้เพราะคิดว่า เราน่าจะรุ่งแน่นอน โดยเริ่มจากการขายวอฟเฟิลตามตลาดจัตตุจักร พร้อมทั้งทำขนมให้อร่อย ใช่ว่าเราจะอร่อยคนเดียว ซึ่งทุกคนที่เข้ามาซื้อต้องรู้สึกเช่นเดียวกันด้วย เพื่อให้ลูกค้ากลับมาซื้อใหม่นั่งเอง ทั้งนี้ก็จะเห็นได้ว่าปัจจัยที่หลายคนหันกลับมาซื้อเพราะ ราคาถูก สินค้าดีมีคุณภาพ อีกทั้งในขณะเดียวกันตอนนั้นขายวอฟเฟิลในราคาที่แตกต่างกันไป บางอาทิตย์ขาย 4 บาท บางอาทิตย์ขาย 10 บาท หรือบางอาทิตย์ขาย 15 บาท เนื่องจากตอนนั้นวอฟเฟิลไม่มีราคาที่แน่นอน ไม่รู้ว่าราคาเท่าไร เมื่อลูกค้ามาถามกันเยอะว่าทำไมวันนี้แพงจังไม่เหมือนอาทิตย์ที่แล้วเลย ดังนั้นสิ่งนี้จึงต้องกลับมาคิดใหม่ว่าเราจะตั้งราคาอยู่ที่เท่าไรดี เพื่อไม่ให้แพงจนเกินไป จึงทำให้ตกลงกลายมาเป็นชิ้นละ 15 บาท”

กลายมาเป็นแฟรนไชส์ได้อย่างไร

       คุณสิทธิชัย เล่าถึงจุดเริ่มต้นการเปิดแฟรนไชส์ว่า“ตอนนั้นไม่รู้ว่าแฟรนไชส์คืออะไร จึงเดินทางไปเรียนหาความรู้เรื่องมาตรฐานแฟรนไชส์เพิ่มขึ้น อีกทั้งพร้อมตัดสินใจเริ่มพัฒนาแพ็คเก็จจิ้งให้น่าสนใจขึ้น แล้วสร้างข้อความสนุก ๆ ข้างกล่องว่า ธุรกิจของเราเป็นกันเองไว้ใจได้ สามารถเข้ามาร่วมทำแฟรนไชส์ได้โดยไร้กังวล ต่อมาเมื่อเราลงทุนทำแฟรนไชส์แล้วต้องรู้จักทำให้ธุรกิจดำรงต่อไปให้ได้ยาวนาน โดยการเก็บเกี่ยวความรู้และค่อย ๆ ปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ จนกระทั่งตอนนี้ผ่านมา 10 ปี และเข้าสู่ปีที่ 11 แล้ว ซึ่งสามารถทำรายได้กว่า 180 ล้าน และขายได้มากที่สุดกว่า 1 ล้านชิ้นต่อปี”

ทำธุรกิจไม่ดีใช่ว่าจะลดต้นทุนอย่างเดียว

          คุณสิทธิชัย เล่าต่อว่า “หลายธุรกิจต้องการลดต้นทุนเมื่อเจอวิกฤติทางเศรษฐกิจ เพื่อให้มีรายได้เพิ่มขึ้น ก็เลยลดคุณภาพสินค้า ทำกล่องให้บางลง ประหยัดน้ำ ประหยัดไฟ แต่สิ่งนี้ผมไม่ทำ ซึ่งถ้าเป็นไปได้คุณช่วยขายสินค้าเพิ่มอีก 5% ได้ไหม เพราะคุณจะได้รายได้เพิ่มด้วย ดังนั้นถ้าหากใครที่เข้ามาเปิดแฟรนไชส์กับผม ก็จะมีเงื่อนไขให้ ถ้าคุณทำตามก็จะรุ่งแน่นอน นอกจากนี้หลายคนบอกว่าวอฟเฟิลต้นตำหรับมาจากประเทศเบลเยี่ยม แต่จริง ๆ แล้วเขาก็มาซื้อแฟรนไชส์ของเราไปประกอบธุรกิจเช่นกัน ถึงอย่างไรก็ตามหากต้องการทำธุรกิจแฟรนไชส์ให้ประสบความสำเร็จ 1. ต้องมีคุณภาพสินค้าที่ดี 2.แพคเกจน่าสนใจ 3.ออกแบบธุรกิจก่อนว่าควรจะเป็นอย่างไร ดังนั้นการทำงานใช่ว่าจะไม่มีเวลาพักผ่อน เพราะถ้าหากคุณรู้จักการวางแผนสิ่งเหล่าอะไร ๆ ก็ง่ายขึ้น ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผมทำธุรกิจวอฟเฟิลมาไม่เคยมีปัญหาไหนเลยที่แก้ไม่ได้ ถ้าปัญหานั้นหนักเกินไปก็ลองกลับมาพักก่อนแล้วค่อยคิดแก้ไขอีกที

อัตราการเติมโตของวอฟเฟิลต่างจังหวัด

        คุณสิทธิชัย เล่าว่า “ทุก ๆ ปีธุรกิจแฟรนไชส์มีการเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งตอนนี้มีมากว่า 200 สาขา ซึ่งในกรุงเทพฯ 50 สาขา ต่างจังหวัดอีก 150 สาขา โดยเฉพาะสาขาต่างจังหวัดจะขายดีที่สุด เนื่องจากเป็นขนมที่แปลกใหม่ ขาย 3 วัน คืนทุนได้ภายใน 7 วัน อีกทั้งวอฟเฟิลราคาก็ไม่สูงอยู่แล้ว พอคนมาซื้อวอฟเฟิลไม่ได้ซื้อชิ้นหรือสองชิ้นเท่านั้น ซื้อทีหลายชิ้น เพราะฉะนั้นการทำธุรกิจจริง ๆ ผมไม่มีความลับอะไร นอกจากสูตรแป้งเท่านั้น ดังนั้นถ้าหากคุณสนใจเราก็ยินดีที่แชร์เช่นกัน”

วอฟเฟิลขยายสู่ AEC

       “ตอนนั้นผมอยากขายวอฟเฟิลในต่างประเทศมาก โดยขายวอฟเฟิลแบบบ้าน ๆ ไปยังนั้น จนสามารถเข้าไปขายยังต่างประเทศได้ในปี 2556 เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ทั้งหมด 5 ประเทศ ได้แก่ มาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ สหรัฐ และอินโดนีเซีย ฉะนั้นก่อนที่จะไปขายยังต่างประเทศเราต้องมีบุคลากรที่จะส่งไปขายในประเทศนั้น ๆ ก่อน โดยในอีกไม่นานจะมุ่งออกไปขายที่จีนต่อ ส่วนสำหรับปัญหาของการขายวอฟเฟิลยังต่างประเทศคือ ค่าเช่าพื้นที่สิงคโปร์แพง ตกเกือบแสนกว่าบาทต่อเดือน อีกทั้งต้องใช้คนสิงคโปร์ในการขายสินค้าด้วย ซึ่งสามารถจ้างคนไทยได้เพียงแค่หนึ่งคนเท่านั้น เพราะสิ่งนี้คือกฎของประเทศเขาที่เราควรปฏิบัติตาม ฉะนั้นการทำธุรกิจไปต่างประเทศ สิ่งแรกเลย 1.ต้องวางแผนธุรกิจ 2. ต้องใกล้ชิดกับธุรกิจที่เราไปเปิดสาขา ทั้งนี้ถ้าหากตอนนี้ใครต้องการขยายธุรกิจ ก็ให้เริ่มทำได้เลย โดยต้องกล้าที่จะตัดสินใจ กล้าที่จะเสี่ยงไปพร้อมกับมัน”