เมียนมาร์ โอกาสทองของนักลงทุนไทย ในอาเซียน


       การขยับขยายการทำธุรกิจออกสู่ต่างประเทศ เป็นแนวทางการต่อยอดธุรกิจที่น่าสนใจ และอาจเป็นจุดสูงสุดของการดำเนินธุรกิจ เมียนมาร์ ตลาดการค้าทางเลือกใหม่ของผู้ประกอบการไทย ที่จะทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ

       คุณภัทรเชษฐ์ สุดสงวน วิทยาการในงานสัมมนาหัวข้อ เปิดกลยุทธิ์ตลาดเมียนมาร์ ทำการค้าอย่างไรให้สำเร็จ กล่าวในงาน SMART SME EXPO 2015 ว่า พม่าเปิดการค้าแบบเสรีในรอบหลาย 10 ปี  ทำให้นักธุรกิจเริ่มเข้าไปลงทุนในพม่ามากยิ่งขึ้น ธุรกิจที่กำลังมาแรงในพม่า คือ ธุรกิจการโรงแรม ธุรกิจการเกษตร ธุรกิจไอที ในช่วงหลังธุรกิจมีเดียเริ่มเข้ามา เนื่องจากการเปิดธุรกิจในพม่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างง่าย เพียงฝากเงินจำนวน 1.5 ล้านบาท ก็สามารถเปิดธุรกิจในพม่าได้ โดยไม่ต้องมีคนพม่าเป็นหุ้นส่วน 

      ปัจจุบันพม่ามีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการเงิน การท่องเที่ยว โดยเฉพาะในเรื่องของประกันภัย เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2558 ที่ผ่านมารัฐบาลอนุญาตให้ขายประกันสุขภาพในกรณีที่เจ็บป่วย ให้แก่ประชาชนเป็นครั้งแรก ทำให้ตอนนี้ธุรกิจในเรื่องของประกันภัยกำลังมาแรงอย่างมาก

       ในส่วนของธุรกิจที่กำลังมาแรงไม่แพ้ธุรกิจประกันเลย คือ ธุรกิจการโรงแรม เนื่องจากในปีที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวกว่า 4 ล้านคนเข้าไปท่องเที่ยวในพม่า ทำให้จำนวนโรงแรมในพม่า ไม่เพียงพอ และข้อเสียของโรงแรมในพม่า คือ ค่าห้องพักแพง และลักษณะของห้องพักค่อนข้างที่จะเก่า ทำให้นักลงทุนไทยเริ่มที่จะไปเปิดธุรกิจด้านการโรงแรมในพม่ามากขึ้น

       และธุรกิจที่ห้ามเปิดในพม่า คือ ธุรกิจ นิตยสาร สิ่งพิมพ์ และธุรกิจการศึกษา เนื่องจากต้องสงวนสิทธิ์ให้คนพม่าเป็นคนทำเท่านั้น ถ้าเกิดปัญหาหรือข้อผิดพลาดใดๆ ทางรัฐบาลจะได้สามารถเอาผิดได้อย่างเต็มที่ แต่สิ่งที่นักธุรกิจต้องระวังในการทำธุรกิจในพม่าเลยก็คือ กฎหมาย  เพราะกฎหมายเกี่ยวกับธุรกิจในพม่าค่อนข้างที่จะมีรายละเอียดมาก

      ในปีนี้รัฐบาลอนุมัติ ให้ธนาคารในประเทศต่างๆ สามารถเข้าไปทำธุรกิจในประเทศพม่าได้แล้ว ในส่วนของประเทศไทย ธนาคารที่ได้ไป คือ ธนาคารกรุงเทพ ปัจจุบัน ธนาคารกรุงเทพสามารถโอนข้ามประเทศได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย อีกทั้งถ้าลงธุรกิจในพม่า จะเสียภาษีเพียงประเทศเดียวเท่านั้น ส่วนในเรื่องของภาษีของพม่าคล้ายๆ ไทย ไม่เกิน 30% ขายสินค้าภาษี 5% ถ้าไอที 10%   เมล็ดพันธุ์ไม่เสียภาษี

       และธุรกิจที่แนะนำอีกอย่างคือ ธุรกิจด้านแฟชั่นความสวยความงาม และอาหารเสริม เนื่องจากปัจจุบันคนพม่ารุ่นใหม่ ชอบเข้าฟิตเนส เล่นโยคะ ชอบความสวย ความงาม ทำให้ธุรกิจด้านแฟชั่นความสวยความงาม และอาหารเสริมกำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก แต่ในเรื่องของการนำผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเข้าไปขายในพม่านั้น จะมีการตรวจสอบมากกว่าผลิตภัณฑ์อื่น

       ส่วนสิ่งที่น่าสนใจคือ โฆษณาในพม่า ราคาไม่แพง ถ้าเป็นโฆษณานิตยสารราคาประมาณ 5,000 บาท โฆษณาทีวี 30 วินาที ราคาประมาณ 6,000 บาท  แตกต่างจากไทย อีกข้อดีหนึ่งของพม่าคือ คนพม่าสามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ตการทำการตลาด คนส่วนใหญ่ใช้เฟซบุ๊ค กับไวเบอร์ในการแชท  ไลน์กับวีแชท ทำให้ธุรกิจไอทีมาแรงไม่แพ้ธุรกิจอื่น

       ดังนั้นหากผู้ประกอบการอยากที่จะขยายธุรกิจให้เติบโตและประสบความความสำเร็จมากขึ้น ประเทศพม่าก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการเปิดตลาดที่ตอบโจทย์ผู้ประกอบการได้มากเลยทีเดียว