ธุรกิจแฟรนไชส์ในประเทศไทยตอนนี้มีกว่า 900 ราย ซึ่งส่วนใหญ่ประสบความสำเร็จด้วยกันทั้งสิ้น เนื่องจากคุณไม่จำเป็นต้องลงทุนอะไรมา เพราะเงินที่ได้ก็ได้จากผู้ที่มาซื้อ คือเงินลงทุนในขั้นต่อไป ฉะนั้นสิ่งที่ได้จากการเป็นแฟรนไชส์ ได้แก่ เราได้แบรนด์เป็นของตนเอง รวมทั้งสามารถต่อยอดจากธุรกิจเล็กให้เป็นธุรกิจใหญ่ได้
ธุรกิจแฟรนไชส์ไม่เล็กอย่างที่คิด โดยอาจารย์ธนกร สังขรัตน์ รองนายกสมาคมแฟรนไชส์และไลเซนส์ เล่าในงาน SMART SME EXPO 2015 ว่า “เรามีเงินน้อย ไม่ได้รวยอะไร แต่อยากเป็นนักธุรกิจก็สามารถทำได้ เพียงเริ่มต้นจากเงินหลักพัน หรือหลักหมื่นก็ทำได้เช่นเดียวกัน ดังนั้นจะเห็นได้ว่าตอนนี้ภายในประเทศไทยมีแฟรนไชส์ทั้งสิ้น 900 เจ้า ส่วนเป็นแฟรนไชส์ใหญ่กว่า 200 เจ้า ที่เหลือเป็นแฟนไชส์เล็ก ดังนั้นประเทศที่มีแฟรนไชส์เยอะสุดคือ อเมริกัน รองลงมีคือ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และมาเลเซีย นอกจากนี้หลายคนอาจถามว่าทำไมถึงต้องทำแฟรนไชส์ เนื่องจากปัจจุบันมีการขยายธุรกิจเพิ่มมากขึ้น ทั้งขายหุ้นธุรกิจ รวมทั้งถ้าเริ่มธุรกิจด้วยตนเอง โอกาสประสบความสำเร็จ 20% ถ้าซื้อกิจการมาดำเนินงานต่อ โอกาสประสบความสำเร็จมี 50% เป็นต้น”
“คำว่าแฟรนไชส์นั้น มาจากอเมริกัน ที่เรียกได้ว่าทั้งขายแฟรนไชส์ และซื้อแฟรนไชส์ ดังนั้นวิธีการลงทุนแฟรนไชส์ เราต้องแลกเปลี่ยนจุดแข็งของผู้ลงทุนทั้งสองฝ่าย ฉะนั้นจึงส่งผลให้ปัจจุบันมีแฟรนไชส์เพิ่มมากขึ้น ซึ่งประเภทธุรกิจที่เปิดขายมากที่สุดคือ อาหารและเครื่องดื่ม รองลงมาคือ การบริการ และความงาม”
ทำไมแฟรนไชส์ถึงช่วยรายเล็กได้
อาจารย์ธนกร เล่าว่า “ซึ่งผมคิดว่า ธุรกิจแฟรนช์ไชส์ช่วยธุรกิจรายเล็กได้ นั่นก็คือ ธุรกิจใหญ่ถือว่าเป็นผู้ที่ผ่านประสบการณ์มาหลายอย่าง เช่น มีประสบการณ์ทางด้านการตลาด วิธีกระบวนการทำสินค้า หรือช่องทางการขาย เป็นต้น ซึ่งสิ่งนี้เรียกได้ว่า สามารถนำมาเป็นตัวอย่างได้ดีเลยทีเดียว อีกทั้งแฟรนไชส์ทำให้รายเล็กโตขึ้นมาได้ เนื่องจาก มีคู่มือปฏิบัติการให้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสูตรวิธีการทำ การเตรียมวัตถุดิบ การเตรียมและจัดหน้าร้าน หรือแม้แต่วิธีทำความสะอาดร้านด้วยก็มี ฉะนั้นจะเห็นได้ว่าการทำแฟรนไชส์เป็นอะไรที่ต้องละเอียดอ่อนมาก เพื่อให้คงคุณภาพมาตรฐานจากต้นตำรับนั้นไว้ ดังนั้นถ้าหากคุณมาหาเรา คุณก็จะได้เป็นแฟรนไชส์ซีกลับไป เปรียบเสมือนได้เป็นเจ้าของธุรกิจไปเลยก็ว่าได้ เพราะเราจะช่วยสอนในวิธีต่าง ๆว่าควรทำอย่างนี้แล้วคุณก็จะประสบความสำเร็จ”
เข้ามาทำธุรกิจแฟรนไชส์ได้อะไรบ้าง
อาจารย์ธนกร เล่าว่า นอกจากคุณจะได้ธุรกิจกลับไปแล้ว คุณยังได้ความรู้กลับไปใช้ในธุรกิจอีกด้วย เพราะแฟรนไชส์ซอ ซึ่งเป็นผู้ขายจะต้องจัดการทุกอย่างคือ 1.วิธีเริ่มต้นทำสินค้าต้องทำอะไร 2.วัตถุดิบที่เหมาะสมกับสินค้านั้นควรเป็นประเภทไหน 3.วิธีการทำบัญชี ควรเก็บเงินอย่างไร จ่ายอย่างไร เพื่อไม่ให้เงินที่ขายได้รั้วออกไปโดยไร้ประโยชน์ 4.การบริหารจัดการคน 5.สินค้าที่ทำต้องมีประโยชน์และคุณภาพ เป็นต้น
แฟรนไชส์ให้อะไร
อาจารย์ธนกร เล่าว่า ไม่ว่าคุณจะซื้อแฟรนไชส์ที่ไหน เขาจะต้องให้สัญญามา เช่น ถ้าเลิกทำธุรกิจเมื่อไร คุณต้องทุบร้านทิ้งทันที ดังนั้นก่อนที่จะซื้อแฟรนไชส์ควรที่จะอ่านข้อตกลงให้ละเอียดเสียก่อน ถ้าไม่โอเคข้อไหนก็ต้องถามเขาไปเลย จะได้เข้าใจกันและกัน รวมทั้งคุณก็จะได้ทำธุรกิจอย่างราบรื่นด้วยนั่นเอง ทั้งนี้ค่าแฟรนไชส์ขั้นต้นที่ข้อกฎหมายกำหนดคือ 1.คิดค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์ 2.ค่าสำรวจสถานที่ และ3.ค่าออกแบบ ฉะนั้นเมื่อคุณซื้อแฟรนไชส์ไปแล้ว กลับประสบปัญหา ทางแฟรนไชส์ซอก็จะเข้าช่วยเหลือคุณได้ แต่ต้องขึ้นอยู่ที่สัญญานั้น ๆ ด้วยว่าเป็นอย่างไร นอกจากที่แฟรนไชส์จะให้คุณได้สร้างธุรกิจแล้ว เขายังมีแบรนด์ให้ด้วย ซึ่งสิ่งนี้นับว่าเป็นสิ่งที่สำคัญ ที่หลาย ๆ คนต้องการ
จากธุรกิจเล็กกลายมาเป็นธุรกิจใหญ่ได้
“หลังจากที่คุณซื้อแฟรนไชส์แล้วก็สามารถสานต่อเป็นธุรกิจใหญ่ได้ โดยที่คุณต้องบริหารจัดการคู่มือนั้นให้ได้ก่อน ซึ่งต้องรู้ทั้งด้านบวกและด้านลบของธุรกิจให้ดี เพื่อจะนำไปสอนลูกค้าแฟรนไชส์ซีต่อไป ฉะนั้นธุรกิจแฟรนไชส์นับว่าเป็นกลยุทธ์ที่สามารถขยายธุรกิจรายเล็กให้ใหญ่ได้ อีกทั้งไม่จำเป็นต้องใช้เงินของตนเอง แต่กลับใช้เงินของคนอื่น หรือเรียกได้ว่า ผู้ที่มาซื้อแฟรนไชส์นั้นเอง ดังนั้นจึงถือว่าเราไม่จำเป็นต้องลงทุนอะไรมากเลย”อาจารย์ธนกร เล่าทิ่งท้าย