เปิดโลกอินโดนีเซีย


        อินโดนีเซียเป็นหนึ่งในประเทศอาเซียนที่มีความน่าลงทุน ทั้งนี้เนื่องจากมีขนาดของประชากรมากกว่า 250 ล้านคน จัดอันดับให้เป็นประเทศลำดับที่ 4 ที่น่าลงทุนของเอเชีย

        ดร.สุกิต เอื้อมหเจริญ เลขาธิการหอการค้าอินโดนีเซีย-ไทย ได้เล่าในงานสัมมนาของ SMART SME EXPO 2015 ในหัวข้อเรื่อง เปิดโลกอินโดนีเซียว่า ใกล้จะเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC ทำให้ผู้ประกอบการเริ่มมองหาตลาดใหม่ เพื่อที่จะขยายธุรกิจให้เติบโต ‘อินโดนีเซีย’ ถือเป็นประเทศหนึ่งในกลุ่มเพื่อนบ้านอาเซียนของเราที่ได้รับความสนใจ ด้วยจำนวนประชากร 250 ล้านคน 17,000 เกาะ เป็นแม่เหล็กดึงดูด

       นักลงทุนจากทั่วโลกนิยมลงทุนในภูมิภาคมากถึง 57% โดยอินโดนีเซียครองสัดส่วนอยู่ที่ 6.8% ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา อินโดนีเซียยังได้รับการจัดอันดับให้เป็นประเทศลำดับที่ 4 ที่น่าลงทุนอีกด้วย แต่ก่อนที่จะตัดสินใจลงทุน จำเป็นต้องทำความรู้จักประเทศอินโดนีเซียให้ดีเสียก่อน

เรื่องสำคัญที่ควรรู้ที่จะส่งเสริมความน่าลงทุนในอินโดนีเซีย ได้แก่

        – อินโดนีเซียมีประชากรทั้งสิ้น 250 ล้านคน เมื่อรวมกับผู้บริโภคคนไทย 70 ล้านคน ผู้ประกอบการจะมีตลาดที่ใหญ่ราว 320 ล้านคน แต่ผู้ประกอบการต้องขายสินค้าที่คนอินโดนีเซียสามารถกินและใช้เช่นเดียวกับคนไทย แต่ต้องไปเปิดตลาดแบบไม่เอิกเกริกนัก

        – อินโดนีเซียมีความสัมพันธ์อันดีกับประเทศไทยมานานราว 65 ปี

        – อินโดนีเซียมีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์

        – อินโดนีเซียมีพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่ดี หลังจาก โจโค วิโดโด หรือ ‘โจโควี่’ ประธานาธิบดีคนใหม่ขึ้นมาบริหารประเทศ ก็สร้างระบบการเมืองที่โปร่งใส และนโยบายทางเศรษฐกิจใหม่ทั้งหมด

        – อินโดนีเซียต้องการเทคโนโลยีและโนวฮาวอย่างมาก ผู้ประกอบการที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านไหน สามารถต่อยอดทำธุรกิจได้หมด   

         ทั้งนี้ เมืองที่ดีและน่าลงทุนในอินโดนีเซีย จากการสำรวจของ MarkPlus คือ เมือง Yogyakarta เมืองซึ่งเป็นที่ตั้งของบุโรพุทโธ นอกจากนั้น ยังรวมถึงเมือง Surabaya, Bandung, Semarang เป็นต้น

         การลงทุนในอินโดนีเซียไม่ง่าย แต่ก็ไม่ยาก หากอยากจะทราบแหล่งวัตถุดิบ ความต้องการ และโอกาสในการทำธุรกิจ หอการค้าอินโดนีเซีย-ไทย พร้อมที่จะสนับสนุนสมาชิกผู้ประกอบการ ด้วยการพาบินไปถึงอินโดนีเซีย เพื่อสัมผัสสิ่งต่างๆ ด้วยตาตนเอง รวมทั้งพาไปทำ Business Matching และผูกสัมพันธ์กับ ‘เจ้าถิ่น’ ที่จะช่วยชี้แนะการลงทุน และโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ที่คนอินโดนีเซียต้องการ

         ที่สำคัญ ทางหอการค้าอินโดนีเซีย-ไทย ยังจะต่อยอดตลาดใหม่ไปยังเวียดนามด้วย เท่ากับสมาชิกจะได้ฐานลูกค้าที่เพิ่มขึ้นอีก 90 ล้านคน รวมเป็น 410 ล้านคน เพียงแค่ทำธุรกิจใน 3 ประเทศนี้ ไทย-อินโดนีเซีย-เวียดนาม ก็น่าจะครองตลาดในอาเซียนได้ส่วนหนึ่งแล้ว