โลกดิจิตอลทำให้พฤติกรรมการเสพสื่อของผู้บริโภคยุคนี้เปลี่ยนไป โดยดูโทรทัศน์และอ่านหนังสือน้อยลง หันมาเสพข่าวและสื่อสารทางโซเชี่ยลมีเดียมากขึ้น โดยเฉพาะ Facebook ซึ่งวันนี้มีคนไทยเล่นอยู่ประมาณ 35 ล้านคน Facebook จึงเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพที่จะสร้างโอกาส ‘แจ้งเกิด’ และ ‘เติบโต’ สำหรับ SME
อ. เดชา วัฒนสุพงษ์ หรือ ‘โค้ชหมี’ แอดมินเพจ ‘คิดว่าดีก็ทำต่อไป’ กล่าวในงาน SMART SME EXPO 2015 ว่า ในอดีตที่ผ่านมาสื่อเป็นพื้นที่ของแบรนด์ดังยักษ์ใหญ่ ที่มีทุนหนาในการเข้าถึงสื่อ แต่ปัจจุบันนี้ SME สามารถต่อกรกับแบรนด์ใหญ่ๆ ได้สบายด้วยการสร้าง Facebook Fanpage หัวใจสำคัญอยู่ที่การทำให้คนเห็นสินค้าหรือบริการของคุณมากที่สุด เพราะต่อให้สินค้าเจ๋งเพียงใด แต่ไม่มีใครรู้จัก ก็ถือว่าสอบตก
“SME หลายคนที่ประสบความสำเร็จในวันนี้ ล้วนแต่เคยเป็น Nobody ที่ไม่มีใครเคยรู้จักมาก่อนทั้งนั้น และหลายคนเล่นเฟซบุ๊คไม่เก่ง แต่เมื่อได้ปรับวิธีคิดใหม่ว่า Facebook ไม่ใช่แค่ Facebook แต่เป็นเครื่องมือตัวหนึ่งที่สามารถทำให้เป้าหมายทางธุรกิจชัดเจนขึ้น คุณก็ชนะแล้ว ที่สำคัญคือ SME ต้องทำทันที อย่ามัวแต่รอให้พร้อมก่อน เพราะการทำการตลาดออนไลน์ต้องมีการปรับตลอดเวลา อย่าลืมว่าคุณกำลังสื่อสารกับมนุษย์ ซึ่งพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงได้ทุกวินาที”
คุณเดชายกเคสตัวอย่างผู้ที่ประสบความสำเร็จให้ฟัง เช่น คุณสมชาย พงศ์สราญ เจ้าของเพจสอนภาษาอังกฤษ Coaching for English ที่มีความรู้เรื่อง Facebook เป็นศูนย์ แต่หลังจากได้รับความรู้จากการเข้าคอร์สอบรม และนำไปปรับใช้จริง ปรากฏว่าจาก 2 เดือนแรกที่ทำการตลาดแบบลองผิดลองถูก ได้ยอด Like มา 500 คน เขาสามารถสร้างคอนเทนต์ที่ดึงดูดกลุ่มเป้าหมายจนกลายมาเป็นฐานแฟนเพจได้ 100,000 แฟน ในเวลา 1 เดือน ปัจจุบันยอดแฟนเพจอยู่ที่ 300,000 แฟน หลักสูตรที่เปิดสอนมีคนเรียนเต็มตลอด เมื่อคนรู้จักมากขึ้น โอกาสก็เปิดกว้างให้เขาได้เดินสายไปพูดในสถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ก็ได้อีเมลฟรีๆ มาเป็นหมื่นเพื่อทำการตลาดต่อ
คุณปุ้ย เจ้าของเพจ Earrings up อดีตสาวออฟฟิศที่ลองขายตุ้มหูทางออนไลน์เพราะความชอบส่วนตัว เธอได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับการถ่ายภาพสินค้าว่าต้องถ่ายให้สวย ทำให้สินค้าดูมีราคาแพงกว่าราคาขายจริง ทั้งนี้ เธอขายตุ้มหูทุกคู่ คู่ละ 220 บาท ลูกค้าต่างมาอุดหนุนเนื่องจากรู้สึกว่าสินค้าที่เห็นผ่านภาพนั้นไม่แพง จากนั้นเธอลองทำโฆษณาผ่านทางเฟซบุ๊คแบบเจาะเซ็กเมนต์ เพื่อหากลุ่มลูกค้าตัวจริงของเธอ และเมื่อเจอแล้วเธอก็เน้นสื่อสารกลุ่มนี้อย่างเต็มที่ จนได้ยอด 10,000 Like ภายใน 3 วัน ปัจจุบันเพจของเธอมีผู้ติดตาม 55,000 แฟน ยอดขายตุ้มหูเฉลี่ยเดือนละ 1,000 คู่
คุณชัยพนธ์ ชวาลวณิชชัย เจ้าของสถาบันสอนภาษาอังกฤษ Mind English สร้างคอนเทนต์ได้ดี โดยจับเรื่องราวรอบตัวมาสอนภาษาอังกฤษ เดิมมีผู้ติดตามใน Facebook อยู่แล้วประมาณ 150,000 แฟน เมื่อปรับย่อยคอนเทนต์ให้สั้น ง่าย ไม่ซับซ้อน นอกจากจะส่งผลให้ภาพลักษณ์ของแบรนด์มีความ Friendly มากขึ้น ยังมีผู้ติดตาม 200,000 แฟน ในเวลา 2 สัปดาห์ ทั้งนี้ เขาตั้งใจจะเขียนหนังสือสอนภาษาอังกฤษในรูปแบบ E-Book ขายบนออนไลน์ จึงได้ลองทำพรีออเดอร์บน Facebook ก่อน ปรากฏว่าแฟนเพจก็สนับสนุน โดยมีคนจอง 300 เล่ม ภายใน 4 ชั่วโมง เปิดสอนภาษาอังกฤษครึ่งวันแบบขายบัตร บัตรก็ขายหมดเกลี้ยง เปิดเพจใหม่ Eng me please ก็มีคนกด 90,000 Like ภายใน 10 วัน
คุณสุรีรัตน์ ศรีพรหมคำ ผู้ก่อตั้งธุรกิจ เจคิว ปูม้านึ่ง เดิมทีทางครอบครัวทำแพปูอยู่ที่ จ.สุราษฏร์ธานี เมื่อเธอมาทำงานที่กรุงเทพฯ อยากหารายได้พิเศษ จึงนำของสดที่บ้านมาขายส่งที่ร้านอาหาร แต่พบปัญหาออเดอร์ที่ไม่แน่นอน จึงเกิดไอเดียธุรกิจทำอาหารทะเลปรุงสำเร็จ จัดส่งสินค้าตามบ้าน เพราะไม่มีหน้าร้าน เริ่มต้นทำการตลาดด้วยการแจกโบรชัวร์และทำ Facebook ซึ่งยอดขาย 90% มาจากออนไลน์ จากสาขาเดียวที่ทำการจัดส่งสินค้า ปัจจุบันเธอขยายตลาด 14 สาขาทั่วกรุงเทพ ด้วยมอเตอร์ไซค์ที่พร้อมจัดส่ง 300 คัน ทั้งยังเริ่มเจาะตลาดบริษัททัวร์ ตอบโจทย์คนที่ไปเที่ยวต่างประเทศ ซึ่งมักถามหาน้ำจิ้มซีฟู้ดเป็นประจำ ปัจจุบันเธอขายสินค้าผ่าน Facebook อย่างเดียว มียอดขายประมาณ 200 ล้านบาท ทั้งยังเริ่มชวนผู้ประกอบการพันธมิตรมาจัดส่งสินค้าผ่านช่องทางของตนเองด้วย
เหล่านี้คือ Nobody ที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับธุรกิจได้ด้วย Facebook อ.เดชา กล่าวว่าสิ่งแรกที่ SME ทุกคนต้องมีคือ ‘วิสัยทัศน์’ แล้วใช้ Facebook เป็นเครื่องมือผลักดันธุรกิจให้เดินหน้า โดยหัวใจของการทำ Social Media Marketing คือ Engagement หมายถึง การสร้างความรู้สึกอยากมีส่วนร่วมให้เกิดขึ้นกับลูกค้า เช่น Like, Comment และ Share ที่จะวัดว่าเพจนี้ได้รับความนิยมมากเพียงใด และสร้างโอกาสที่คนจะเห็นคอนเทนต์นี้มากขึ้น
“ในบรรดา Social Media ทั้งหมด Facebook เป็นเครื่องมือที่เหมาะสำหรับ SME ที่สุด ทั้งนี้ การทำ Social Media Marketing ต้องทำควบคู่ไปกับ Search Engine Marketing เพราะจะช่วยสร้างออเดอร์ให้เกิดขึ้นกับคนที่ไม่ได้คิดจะซื้อสินค้าของคุณด้วยนั่นเอง”
Facebook จึงเป็นโอกาสสำหรับ SME ทุกคน ขอเพียงกล้าฝันและกล้าคิดให้ใหญ่ Facebook จะช่วยย่นระยะเวลา และทำให้ SME เติบโตแบบก้าวกระโดดอย่างแน่นอน