สถานทูตอินโดนีเซีย ประจำประเทศไทยและหอการค้าอินโดนีเซีย-ไทย แนะโอกาสลงทุนในอินโดนีเซีย โดยเฉพาะธุรกิจอาหารแปรรูป, ประมง, โครงสร้างพื้นฐาน, อุตสาหกรรมการผลิต และการท่องเที่ยว
นายอากุสทาวิอาโน ซอฟจัน (Agustaviano Sofjan) เลขานุการหนึ่ง (First Secretary) สถานทูตอินโดนีเซียประจำประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันเป็นโอกาสอันดีสำหรับนักลงทุนทั่วโลก รวมถึงนักลงทุนไทยที่จะไปลงทุนในอินโดนีเซีย เนื่องจากอินโดนีเซียได้สร้างการให้บริการแบบเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว (One-Stop Service) สำหรับการลงทุน ดังนั้นนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในอินโดนีเซียไม่ต้องไปติดต่อหน่วยงานหลายแห่ง นักลงทุนสามารถไปที่เอเจนซี่เดียว นั่นคือ BKPM โดยนักลงทุนจะได้ใบอนุญาติ (licensing permit) และเอกสารที่จำเป็นสำหรับการลงทุน ทั้งนี้โอกาสการลงทุนในอินโดนีเซียมีในหลายเซ็คเตอร์ เช่น โครงสร้างพื้นฐาน, ประมง, อุตสาหกรรมการผลิต และการท่องเที่ยว
นางซาราสวาตี แอลลี ซานโตโซ ประธานหอการค้าอินโดนีเซีย-ไทย กล่าวว่า มีโอกาสทางธุรกิจสูงในความสัมพันธ์ระหว่างอินโดนีเซียและไทย การเติบโตในแง่การค้าที่บริษัทไทยไปอินโดนีเซียมีสูง ในทางกลับกัน นักธุรกิจอินโดนีเซียที่มาลงทุนในไทยก็เพิ่มสูงขึ้น โดยในนามหอการค้าอินโดนีเซีย-ไทย มีการจัดกิจกรรม รวมถึงการจับคู่ทางธุรกิจ (Business Matching) จึงมีโอกาสสูงมากในการขับเคลื่อนให้บริษัทไทยไปลงทุนในอินโดนีเซีย ซึ่งเซ็คเตอร์เอสเอ็มอีก็มีความน่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นเอสเอ็มอีที่เกี่ยวกับอาหารแปรรูป, ประมงแปรรูป เนื่องจากอินโดนีเซียต้องการเทคโนโลยีและ know how จากไทย
ทางด้านดร.สุกิต เอื้อมหเจริญ เลขาธิการหอการค้าอินโดนีเซีย-ไทย กล่าวว่า เอสเอ็มอีไทยควรรวมตัวกันเป็นคลัสเตอร์และไปลงทุนในอินโดนีเซีย โดยนักธุรกิจไทยที่ต้องการไปลงทุนในอินโดนีเซีย ควรบินไปที่อินโดนีเซียเพื่อศึกษาดูชีวิตประจำวัน รวมถึงร้านค้าเอาท์เล็ทที่มีความเกี่ยวข้อง และกลับมาปรึกษาหอการค้าอินโดนีเซีย-ไทย ซึ่งจะทำหน้าที่ตัวเชื่อมและดูแลนักธุรกิจไทยประเทศไทย
ดร.สุกิต กล่าวว่า มีนักลงทุนไทยหลายรายไปลงทุนในอินโดนีเซียแล้วไม่ประสบความสำเร็จ เพราะยังไม่เข้าใจบริบทต่างๆในความเป็นอินโดนีเซีย โดยอินโดนีเซียมีกว่า 17,000 เกาะ แบ่งเป็น 6 โซนใหญ่ มีวิถีชีวิตวัฒนธรรมตั้งแต่เป็นชาวเกาะ, คนอยู่บนภูเขา, เหมือง เป็นต้น ดังนั้น คนไทยที่อยากเข้าไปทำธุรกิจในอินโดนีเซียต้องรู้จริง ต้องเดินทางไปสัมผัส, เยี่ยมชมเมืองต่างๆของอินโดนีเซียด้วยตัวเอง สำหรับข้อควรระวังในการทำธุรกิจในอินโดนีเซีย ดร.สุกิต บอกว่าอยู่ที่ตัวของนักธุรกิจและความลำเอียงที่คิดเข้าข้างตัวเอง
สำหรับอุปสรรคต่อการลงทุนในอินโดนีเซีย นายอากุสทาวิอาโน กล่าวว่า บางครั้งก็เป็นแค่เรื่องความไม่เข้าใจ การไม่มีข้อมูล ผมอยากจะโฟกัสในเรื่องการเชื่อมต่อ (Connectivity) โดยเฉพาะเรื่องแรกความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลกับรัฐบาล ซึ่งไทยและอินโดนีเซียมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน และในปีนี้ได้มีการเฉลิมฉลอง 65 ปีของความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างทั้งสองประเทศ ประการที่สอง มีการสร้างความสัมพันธ์อันแข็งแกร่งระหว่างธุรกิจถึงธุรกิจ (B2B) ประการที่สาม คือ ความสัมพันธ์และการติดต่อระหว่างประชาชนทั้งสองประเทศ หากประชาชนทั้งสองประเทศติดต่อกันมากขึ้น ก็จะสร้างพลังผนึกมากขึ้นระหว่างธุรกิจถึงธุรกิจ และรัฐบาลต่อรัฐบาล