การส่งออกของฟิลิปปินส์ลดลงมากสุดในรอบ 3 ปี


การส่งออกของฟิลิปปินส์ตกลงมากที่สุดในรอบ 3 ปีในเดือนพฤษภาคม เนื่องจากดีมานด์จากจีนและสหรัฐหดตัวลง กดดดันให้รัฐบาลต้องเร่งใช้จ่ายภาครัฐ

สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า การส่งออกของฟิลิปปินส์ในเดือนพฤษภาคมลดลง 17.4% จากปีก่อน ซึ่งเป็นการตกลงมากที่สุดตั้งแต่เดือนกันยายนปี 2554 โดยมูลค่าการส่งออกสำหรับเดือนพฤษภาคมอยู่ที่ 4.9 พันล้านดอลลาร์, การส่งออกไปสหรัฐ ตลาดส่งออกอันดับสองของฟิลิปปินส์ ลดลง 4.7%, การส่งออกไปจีน ตลาดส่งออกดันดับสาม ลดลง 62.1%

การส่งออกที่อ่อนแอของฟิลิปปินส์อาจจะฉุดการเติบโตในไตรมาสสอง ซึ่งนั่นจะเพิ่มแรงกดดันต่อรัฐบาลฟิลิปปินส์ในการเพิ่มการใช้จ่ายภาครัฐ โดยธนาคารกลางลังเลที่จะลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเนื่องจากความเสี่ยงด้านบวก (upside risk) ต่อเงินเฟ้อ นาย Jingyi Pan นักเศรษฐศาสตร์จากฟอร์แคสต์พีทีอีในสิงคโปร์ กล่าวว่า ผลกระทบด้านลบต่อจีดีพีจะถูกมองเห็นได้ ซึ่งดีมานด์โลกยังคงซบเซาและการส่งออกไม่น่าจะฟื้นตัวในเร็วๆนี้

แม้ว่าการส่งออกไปญี่ปุ่น ซึ่งเป็นตลาดส่งออกรายใหญ่ที่สุดของฟิลิปปินส์ จะเพิ่มขึ้น 7.6% ในเดือนพฤษภาคมจากปีก่อน แต่ความกังวลเกี่ยวกับดีมานด์โลกซบเซาก็ยังมีอยู่ต่อเนื่อง, การส่งออกของสินค้าอิเล็กทรอนิคส์ที่สำคัญ ซึ่งคิดเป็น 48% ของการส่งออกรวมของประเทศ ตกลง 7.5% จากปีก่อน ซึ่งนับเป็นการลดลงครั้งแรกในปีนี้

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ ได้ปรับลดคาดการณ์สำหรับการเติบโตเศรษฐกิจโลกในปีนี้ โดยคิดรวมผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแอในสหรัฐในเร็วๆนี้ นอกจากนั้น ความผันผวนในตลาดหุ้นจีนก็ยังสร้างความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นต่อเศรษฐกิจที่ชะลอตัวอยู่แล้วของฟิลิปปินส์ นักวิเคราะห์หวังให้ฟิลิปปินส์เพิ่มการใช้จ่ายภาครัฐเพื่อชดเชยการส่งออกที่หดตัว

ทางด้านเจ้าหน้าที่ทางเศรษฐกิจ ได้กล่าวยอมรับว่า การทำให้เศรษฐกิจฟิลิปปินส์เติบโตแตะระดับด้านบนของจีดีพี 7-8% ในปีนี้เป็นเรื่องที่ท้าทาย 

เครดิตภาพจาก business.inquirer.net