“พริก” ที่หลายคนบอกว่าเผ็ด ได้ถูกนำมาผลิตเป็นยาดม และยาหม่องในหนึ่งเดียวกัน ซึ่งเป็นไอเดียของดาราหนุ่มไฟแรง “น็อต-วรฤทธิ์ เฟื่องอารมย์” ที่นับว่าผ่านการทำธุรกิจ และฝ่าอุปสรรคมานับไม่ถ้วน ล่าสุดประสบความสำเร็จกับเจลพริกใช้สูดดมและทา แบรนด์ “เดอะ กอริลลา” (The Gorilla) แบบไร้คู่แข่งพร้อมโกยเงินล้านไปอย่างสบายๆ
‘น็อต-วรฤทธิ์ เฟื่องอารมย์’ กับหน้าที่กรรมการผู้จัดการ บริษัท จี สปีชี่ส์ จำกัด ดำเนินธุรกิจแจลพริก แบรนด์ เดอะ กอริลลา มากว่า 2 ปี ซึ่งไอเดียธุรกิจนี้เกิดจากเมื่อครั้งได้มีโอกาสทำรายการโทรทัศน์เกี่ยวกับความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ และเกษตรกรรม ซึ่งโดยส่วนตัวเขาชื่นชอบงานด้านเกษตรกรรมอยู่แล้ว รวมถึงคุณพ่อ (ชลิต เฟื่องอารมย์) ก็เคยปลูกผลไม้ขายมาก่อน แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เนื่องจากถูกกดราคาจากพ่อค้าคนกลาง และราคาผลผลิตก็ตกต่ำด้วยเช่นกัน ซึ่งปัญหาเหล่านี้ล้วนแล้วเป็นปัจจัยที่ต้องนำมาคิดทบทวนว่า จะทำอย่างไรเพื่อเพิ่มมูลค่าให้แก่ผลผลิตทางการเกษตร
ดังนั้นจึงได้พูดคุยกับอาจารย์ท่านหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องเกษตรกรรม กระทั่งมาลงตัวที่ “พริก” แต่พริกที่พูดถึงกันนั้นไม่ใช่พริกธรรมดา ซึ่งเป็นพริกเผ็ดที่สุดในโลก หรือพริกพิโรธ ที่มีความเผ็ดมากกว่าพริกขี้หนูถึง 50 เท่าตัว แถมมีสรรพคุณทางยาสูง รวมทั้งมีสารสกัด “แคปไซซิน”ซึ่งมีคุณค่าทางยา แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าจะสกัดสารในพริกนี้ออกมาได้อย่างไรเท่านั้น ฉะนั้นคุณน็อตจึงร่วมทำงานวิจัยกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) หาวิธีสกัดสารแคปไซซิน จากพริกโดยใช้เวลาประมาณ 1 ปี เบื้องต้นตั้งใจขายให้บริษัทผลิตอาหารสัตว์และบริษัทยา แต่แผนก็ต้องล้มเลิกไปเพราะต้นทุนในการสกัดสารค่อนข้างสูง จึงเปลี่ยนวิธีคิดใหม่นำมาสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มมูลค่าแทน
หลังจากรู้ว่าพริกพิโรธที่มีสรรพคุณทางยาสูง คุณน็อตจึงเริ่มนำมาเป็นผลิตภัณฑ์ทางยาแทน โดยเน้นให้เป็นยาสามัญประจำบ้าน สามารถใช้ได้กับทุกเพศทุกวัย ดังนั้นบทสรุปของตัวยานี้คือ ผลิตออกมาเป็นเจลพริก ที่มีกลิ่นหอมสดชื่น ไม่มีกลิ่นฉุนของพริกให้รำคาญใจ และเมื่อเป็นแบรนด์น้องใหม่ในวงการจึงต้องสร้างความแตกต่างให้แก่ผลิตภัณฑ์ โดยคุณน็อตดีไซน์แพกเกจให้สะดวกต่อการใช้งาน เพื่อเอาใจกลุ่มเป้าหมายที่เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ ในสไตล์กล่องสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดเล็กสีแดงสะดุดตา สร้างความสดใสไฉไลของแพกเกจได้โดนใจวัยรุ่นตามที่ตั้งใจไว้ เพียงแค่กดด้านข้างก็จะกลายเป็นยาดม แต่หากต้องการใช้ทาแค่พลิกเปิดฝาก็ลดอาการคันจากแมลงสัตว์กัดต่อยได้
อีกทั้งราคาก็ไม่แพงอยูที่ประมาณ 39 บาท/ชิ้น ในร้านขายยา และร้านสะดวกซื้ออย่างเซเว่น อีเลฟเว่น ที่ต้องใช้เวลาเป็นปีในการเจรจาธุรกิจและนำผลิตภัณฑ์มาปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ เพื่อให้ตรงตามคอนเซ็ปต์ ‘สะดวกซื้อ’ ของร้านค้าชื่อดังด้วย นอกจากนี้ คุณน็อตยังขยันออกบูทตามงานแสดงสินค้าต่างๆ โดยเฉพาะตลาดนัดดาราเพื่อให้สินค้ากลายเป็นที่รู้จักได้รวดเร็วขึ้น และเปิดขายผ่านออนไลน์ เพิ่มความสะดวกแก่ลูกค้า ทั้งนี้สำหรับแหล่งปลูกพริกพิโรธอยู่ที่ จ.นครนายก และในโครงการหลวง ซึ่งนับว่ายังไม่แพร่หลายมากนัก รวมทั้งตอนนี้ก็ไม่มีคู่แข่งทางการตลาดในสินค้าทำนองนี้เลย จึงทำให้มีคนให้ความสนใจตัวสินค้านี้เป็นจำนวนมากส่งผลให้ปัจจุบันมียอดขายอยู่ที่ 5 ล้านบาท/ปี พร้อมเตรียมพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง และในอนาคตอันใกล้นี้จะแตกไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ทำจากพริกเป็นยาทานวดแก้ปวดเมื่อยตามร่างกายอีกด้วย ฉะนั้นจะเห็นได้ว่า หากคิดจะทำธุรกิจต้องไปให้สุด แล้วลงลึกให้ถึงรายละเอียด แล้วก็จะประสบความสำเร็จเอง