ชาวจีน-ฮ่องกงไม่ช้อนซื้อทองคำ แม้ราคาร่วงในรอบ 5 ปี


ไม่มีอาการตื่นทองคำ (No Gold Rush) จากลูกค้ารายย่อยในฮ่องกงและจีน แม้ว่าราคาทองคำจะดิ่งลงต่ำสุดในรอบ 5 ปี

วอลสตรีทเจอนัลด์ รายงานว่า ราคาหุ้นของบริษัทจิวเวลรี่ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง ได้แก่ Luk Fook, Chow Sang Sang และ Chow Tai Fook ได้ลดลง 0.2-1.4% ในอาทิตย์นี้ แม้ว่าราคาทองคำจะลดลงต่ำสุดในรอบ 5 ปีที่ 1096.68 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในวันจันทร์

ธนาคารดอยซ์แบงก์ ยังคงมองแนวโน้มว่าราคาทองคำจะลดลง (bearish) ในอนาคตข้างหน้า โดยดูจากดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าและการเตรียมขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ โดยธนาคารดอยซ์แบงก์ คาดการณ์ราคาทองคำอยู่ที่ 1,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ -1,172 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงปี 2015-2017

ธนาคารดอยซ์แบงก์ กล่าวว่า ในระยะกลางถึงระยะยาว เราชอบเซ็คเตอร์ทองคำและจิวเวลรี่ในฮ่องกงและจีน เนื่องจากการเกิดขึ้นของชนชั้นกลาง โดยธนาคารดอยซ์แบงก์ กล่าวว่า บริษัทชื่นชอบ Chow Tai Fook เนื่องจากมีแบรนด์ที่แข็งแกร่ง ทั้งนี้ Chow Tai Fook ปรับตัวลดลง 1.1% สู่ 7.96 ดอลลาร์ฮ่องกง หรือ 1.03 ยูเอสดอลลาร์ 

ทั้งนี้ธนาคารประชาชนจีน ได้เปิดเผยในวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า ปริมาณทองคำสำรองอยู่ที่ 53.32 ล้านทรอยออนซ์หรือ 1,658 ตัน เพิ่มขึ้น 57% จากปลายปี 2009 แต่เป็นเพียงแค่ครึ่งหนึ่งของปริมาณที่ตลาดคาดการณ์ โดยจีนนับเป็นหนึ่งในประเทศที่ซื้อทองคำรายใหญ่สุดของโลก

รายงานปริมาณทองคำสำรองของจีนนับเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่เพิ่มเข้ามาในลิสต์ปัจจัยที่ทำให้ราคาทองคำร่วงลงในช่วง 2-3 อาทิตย์ที่ผ่านมา โดยข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐด้านบวก ตั้งแต่ข้อมูลสติถิการสร้างบ้านไปจนถึงราคาผู้บริโภค ได้ยืนยันความคาดหมายว่าธนาคารกลางสหรัฐจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นภายในปีนี้  ซึ่งถูกคาดว่าจะทำให้ดอลลาร์แข็งขึ้นและกดราคาทองคำ เนื่องจากทองคำอยู่ในรูปของเงินดอลลาร์

นักวิเคราะห์คาดว่า ราคาทองคำจะเด้งขึ้น (bounce back) หลังจากธนาคารกลางสหรัฐประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากจะเป็นการขจัดความไม่แน่นอนบางอย่างที่อยู่ล้อมรอบทองคำในขณะนี้

 

เครดิตภาพจาก jingdaily.com