วงการแฟชั่นไทยต้องทำอย่างไร ในยามเศรษฐกิจซบเซา


     จากอดีตจนถึงปัจจุบันวงการแฟชั่นไทยมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และมีตัวเลขอัตราการเติบโตสูงขึ้นเรื่อยๆตามความต้องการของผู้บริโภค พร้อมกับการแข่งขันที่สูงเพิ่มขึ้นตามลำดับทั้งในและต่างประเทศ  

     ทวีศักดิ์  สมานมิตร  เจ้าของแบรนด์ AB-NORMAL เปิดประสบการณ์กว่า 16 ปีในวงการแฟชั่นไทยว่า ตั้งแต่เริ่มต้นสร้างแบรนด์  ต้องยอมรับว่าตลาดในอดีตยังไม่ใหญ่เท่าปัจจุบัน  แบรนด์ที่นำเข้ามาก็ยังไม่เยอะ  หรือพูดง่ายๆว่า คู่แข่งและตัวเลือกของลูกค้ายังไม่เยอะเท่าปัจจุบันนั่นเอง   เพราะฉะนั้นถ้าเปรียบเทียบความยากง่ายในวงการเสื้อผ้าหรือวงการแฟชั่นในอดีตและปัจจุบัน  ต้องบอกว่าปัจจุบันยากกว่าเยอะ เพราะทุกอย่าง การแข่งขันค่อนข้างสูง ไม่ว่าจะด้วยแบรนด์ในประเทศเอง ไม่ต้องเทียบว่าแบรนด์ต่างประเทศมาแล้วจะมาตีเรา  ยังไม่ต้องคิด  เพราะแค่เราแข่งกันเองเราก็ยากแล้ว  

     นอกจากนั้นพฤติกรรมการบริโภคของลูกค้าก็เปลี่ยนไป  สมัยก่อนเราเริ่มจากการทำร้านเล็กๆ  อยู่ในที่แอบๆ   เดินก็ลำบาก  ร้านไม่ได้โอ่อ่า แต่ไลฟ์สไตล์ของคนสมัยนั้น ทนร้อนได้  ฉันขอเดินไปตรงไหน ซอกมุมไหน แล้วคือได้ของเก๋ๆ ฉันไปได้  แต่ปัจจุบันด้วยสภาพทุกอย่างที่เปลี่ยนแปลงไป พฤติกรรมก็เปลี่ยนแปลงไป ขนาดว่าร้านไปอยู่ในตึกๆหนึ่ง ห้างสรรพสินค้าหนึ่ง  การที่เขามาเขาจะมีวัตถุประสงค์แล้วว่า วันนี้ฉันจะมากินข้าว วันนี้ฉันจะมาดูหนัง ฉันจะมาซื้อเสื้อแบบนี้  มันทำให้การเสาะแสวงหา ต่างกันอย่างเห็นได้ชัด กับคนเจนเนอเรชั่นก่อน  ซึ่งอาจจะเป็นเพราะว่าด้วยเวลา การเดินทาง ทำให้ไลฟ์สไตล์ของคนเปลี่ยนไป   ต้องชัดเจนเลยว่าวันนี้ต้องทำอะไร ซื้ออะไร ก็จะมุ่งไปที่สิ่งนั้น

     เมื่อพฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยนไปแบบนี้ จึงส่งผลให้ธุรกิจเสื้อผ้า หรือวงการแฟชั่น มีอัตราการแข่งขันที่สูงขึ้น  ดังนั้นเราต้องตอกย้ำให้ได้ว่า ความชัดเจนและตัวตนของเราคืออะไร  ทำอย่างไรก็ได้ให้ความเป็นตัวตนของเรายังคงอยู่  และลูกค้าเชื่อมั่นศรัทธาในแบรนด์ของเรา  ถึงแม้ว่าเค้าอาจจะวอกแวกบ้าง เพราะเราปฏิเสธไม่ได้ว่าลูกค้าคนหนึ่งจะใส่เราทั้งลุค ทั้งตัว  เพราะตัวเราเองยังไม่สามารถใส่แบรนด์ แบรนด์เดียวได้  จึงต้องยอมรับว่าจะต้องมีการแบ่งส่วนตลาดไปอยู่แล้ว  ซึ่งเราต้องคิดว่าเราควรจะทำอย่างไรให้ตรงนี้ส่งผลกระทบกับแบรนด์เราน้อยที่สุด

     ทั้งนี้จากสภาพเศรษฐกิจโดยรวมของโลกซึ่งตอนนี้ค่อนข้างจะแย่  ทุกอย่างดูดรอปลง  เพราะฉะนั้นแบรนด์อาจจะต้องพยุงตัว และรักษาฐานลูกค้าที่มีอยู่เอาไว้ให้เหนียวแน่นก่อน   และในอนาคต ถ้าฟ้าใหม่  ทุกอย่างดีขึ้น  สภาพเศรษฐกิจการเมืองดีขึ้น  คาดว่าทุกอย่างก็จะอำนวยตรงนี้ให้กลับมาดีเหมือนเดิมหรือดีขึ้นกว่าเดิม  เพราะฉะนั้นสิ่งที่สำคัญคือปัจจุบันที่เราอยู่ในสภาวะแบบนี้เราต้องยอมรับ และแก้ไขปัญหาตรงนี้ให้ผ่านพ้นไปให้ได้ก่อน

รับชมรายการ SME Smart Service ย้อนหลังได้ที่  http://www.smartsme.tv/vod_detail.php?gid=18&id=3970