Budnow จับมือ บริษัท พีเพิลมีเดียกรุ๊ป จำกัด ยกระดับ SME ไทย จัดโครงการอบรมฟรี ให้เหล่าผู้ประกอบการ ในหัวข้อ “หาลูกค้าใหม่ รักษาฐานลูกค้าเดิม ด้วย bud application” ในวันพุธที่ 23 กันยายน เวลา 13:30 – 15:00 ณ สถาบันสอนอาชีพชี้ช่องรวย ชั้น 3 ศูนย์การค้าแฮปปี้แลนด์ เซ็นเตอร์
“Budnow แจกฟรี บัตรสะสมแต้มออนไลน์ ให้ SME ที่สนใจรักษาฐานลูกค้าของตนเอง” บัตรกระดาษสะสมแต้มที่เราคุ้นเคยทั่วไป เช่น ร้านกาแฟซื้อ 10 แถม 1 หรือ ร้านอาหารสะสม Point แลกส่วนลด นี่คือกลยุทธ์การตลาดทั่ว ๆ ไปที่ไม่ว่าจะแบรนด์ใหญ่หรือ SME ต่างก็ทำกัน แต่จะมีใครสังเกตบ้างไหมครับว่ามันคือ ค่าใช้จ่ายการตลาด (Marketing cost) ที่จ่ายกันออกไปอย่างไม่รู้ว่าจะคุ้มทุนไหม ผมเชื่อว่าแบรนด์ใหญ่มีการคิดคำนวณ แต่ SME ที่บางคนอาจลืมคำนึงถึง
สำหรับโครงการอบรมฟรีในหัวข้อ “หาลูกค้าใหม่ รักษาฐานลูกค้าเดิม ด้วย bud application” ในครั้งนี้ ดร. วิลาส ฉ่ำเลิศวัฒน์ (ดร.ดิ๊ง) เปิดเผยว่า โครงการอบรมฟรี “หาลูกค้าใหม่ รักษาฐานลูกค้าเดิม ด้วย bud application” เป็นโครงการเพื่อพัฒนาระบบการทำงานของ SME ให้สามารถอยู่รอด และแข่งขันได้ในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน โดยมีจุดมุ่งหมาย เพื่อให้ SME ตระหนักถึงปัญหา และหาวิธีแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที
ทั้งนี้ในปัจจุบันการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้กับธุรกิจขนาดเล็กไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแต่ผู้ประกอบการทุกท่านต้องเปิดใจที่จะเรียนรู้มันเท่านั้น สิ่งที่ Budnow กำลังทำอยู่นี้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวมของไทยให้ดีขึ้นทั้งระบบ โดยเริ่มจากจุดเล็ก ๆ อย่างธุรกิจ SMEs ทำให้ขายของได้มากขึ้น รู้จัก รู้ใจลูกค้าได้ดีขึ้น ในส่วนลูกค้าผู้บริโภคก็สามารถได้รับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ที่ตนเองต้องการ ณ จุดขาย
Budnow มีความตั้งใจว่าจะเข้ามาช่วย SMEs โดยการมอบความรู้และเครื่องมือที่จำเป็นให้แก่ SME เปลี่ยนจากการใช้กระดาษมาเก็บสะสมแต้มให้ลูกค้าด้วยแอปพลิเคชั่น bud ซึ่งหลังจากผู้ร่วมโครงการจะสามารถเอาความรู้ที่ได้ไปใช้ในการทำการตลาดของตนเอง สร้างแคมเปญเพื่อดึงลูกค้าใหม่ และรักษาฐานลูกค้าปัจจุบัน สิ่งที่ SMEs จะได้รับอย่างเป็นรูปธรรมคือ ระบบที่ใช้ในการเก็บข้อมูล ไม่ต้องผลิตบัตรกระดาษ ลูกค้าไม่ลืมบัตรตัวเอง และยังสามารถสื่อสารข่าวสารต่าง ๆ ไปยังลูกค้าได้ตลอดเวลา
ยกตัวอย่าง เช่น ร้านอาหารเพื่อสุขภาพ เมื่อเข้าร่วมโครงการ
(1) ร้านค้าสามารถสร้างแคมเปญซื้ออาหารกล่อง 5 ชุด แถมฟรี สลัดผัก ได้ เมื่อสร้างเสร็จก็แจ้งลูกค้าที่มาใช้บริการ ลูกค้าสามารถตรวจสอบสถานะของตนเองผ่าน app ทำให้ทราบว่าซื้อไปกี่ครั้งแล้ว ในทางกลับกันร้านค้าก็ทราบภาพรวมทั้งหมดว่ามีใครซื้อไปแล้วกี่ครั้ง
(2) ร้านค้าสามารถส่งข้อมูลข่าวสารไปให้สมาชิกทั้งหมด หรือ filter เลือกบางส่วนที่อยู่สื่อสารด้วย เช่น ส่งข่าวเมนูอาหารใหม่ไปยังกลุ่มลูกค้าขาประจำ เป็นต้น
ดร. ดิ๊ง ยังบอกอีกว่า “สมมตินะครับ การทำบัตรกระดาษต้องพิมพ์ใบละ 1-5 บาท แล้วแต่คุณภาพกระดาษ หรือดีไซน์ของบัตร โรงพิมพ์ที่ทำ และต้องพิมพ์ทีละเยอะ ๆ ซึ่งตีราคาถูก ๆ สักใบละ 1 บาทก็ได้ ทดไว้ก่อน สำหรับการทำ promotion campaign กาแฟ ซื้อ 10 แถม 1 วัตถุประสงค์คืออยากให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ 10 ครั้งโดยเอารางวัลแถม 1 เป็นเครื่องล่อใจลูกค้า แต่ถ้าลูกค้าลืมเอาบัตรสะสมแต้มมาทุกครั้งหละ นั้นแปลว่า อย่างน้อยเราต้องใช้งบการทำบัตรแล้ว 9 บาทในการแจกบัตรกระดาษ 1 ใบให้ลูกค้าในแต่ละครั้ง 9 ครั้ง พอครั้งสุดท้ายหากลูกค้านึกขึ้นได้นับบัตรกระดาษเหล่านี้ที่อาจจะเก็บอยู่บนโต๊ะหรือในลิ้นชักครบ 9 ใบ แล้วหยิบกลับมาเพื่อใช้แลกรางวัลแก้วที่ 10 กับทางร้าน รวมค่าใช้จ่ายที่ทางร้านต้องใช้คือค่าบัตร 9 บาท และกาแฟ 1 แก้ว
แต่ถ้าโชคร้ายคือลูกค้าไม่ได้สนใจว่าเค้าเคยมีการสะสมแต้มกับทางร้านเสียด้วยซ้ำ เพราะบัตรหายบ้าง ครบแล้วก็ลืมเอาไปใช้สิทธิ์จนเกินเวลาบ้าง นั้นแปลว่าเราจ่ายค่าบัตรกระดาษไปแต่ไม่ได้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ ไม่เกิดแรงจูงใจใด ๆ เกิดขึ้น รวมกันหลายคน ก็เป็นค่าใช้จ่ายที่สูญเปล่าอยู่ หรือในบางครั้งใครจะรู้ว่าลูกน้องที่ขายอยู่หน้าร้านให้แสตมป์ลูกค้าผิดบ้าง แจกเกินไปบ้าง หรือยังสะสมไม่ครบก็แถมให้ลูกค้าไปก่อน กลายเป็นว่าเจ้าของร้านไม่สามารถตรวจสอบอะไรได้เลย จากการใช้กระดาษสะสมแต้มในปัจจุบัน เหมือนปิดตาข้างหนึ่งทำ ๆ กันไป bud application จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยส่งเสริมธุรกิจของ SME ให้เติบโตก้าวไกลไปพร้อมกับเทคโนโลยีครับ”
ผู้ประกอบการที่สนใจ สามารถสมัครได้ที่ http://bit.ly/bud-workshop1
หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ คุณดาว 092 384 2227