การขอคืนเงินภาษี เงินส่วนที่ไม่ควรเมินเฉย


 
ในช่วงมีนาคมของทุกๆปี เป็นช่วงการยื่นภาษีเงินได้สำหรับคนทำงาน และในบางคนเมื่อคำนวณภาษีประจำปีออกมาแล้ว อาจได้รับเงินการคืนภาษี ซึ่งบางคนไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องเงินส่วนนี้มากเท่าไหร่ ทั้งๆที่จริงแล้วมีเงินจำนวนไม่น้อยเลย บุคคลที่มีรายได้ประจำ ครบปีก็ต้องนำเงินได้มาคำนวณภาษีกันใหม่ บางคนอาจได้คินภาษี เพราะในระหว่างปีเงินได้บางส่วนที่เสียภาษีสูงเกินไป อาจมีค่าลดหย่อน เช่น เงินสะสมที่ส่งเข้ากองทุน ค่าเบี้ยประกันชีวิต หรือค่าลดหย่อนบุตร เป็นต้น
 
ส่วนลดหย่อนภาษีมีอยู่ 2 ส่วน
– ส่วนแรกคือค่าใช้จ่าย นำมาลดหย่อนได้ ร้อยละ 40 หรือไม่เกิน 60,000 บาท
– ส่วนที่สอง เป็นส่วนลดหย่อนผู้มีเงินได้ 30,000 บาท 
 
นอกจากนั้นยังมีค่าลดหย่อนต่างๆ เช่น ค่าเบี้ยประกันชีวิต เงินสะสมเข้ากองทุน  ไม่ว่าจะเป็นเงินสะสมที่ส่งเข้า กบข. หรือเงินสะสมที่ส่งเข้ากองทุนเลี้ยงชีพ เป็นต้น
 
เช่น นาย ก. เป็นสมาชิก กบข. มีเงินเดือน 20,000 บาท ฉะนั้นจะมีรายได้ทั้งปี 240,000 บาท และนำเงินสะสมส่งเข้า กบข. เดือนละ 600 บาท รวมทั้งปีเป็นเงิน 7,200 บาท เมื่อนำเงินมาคิดภาษีประจำปี นาย ก. จะสามารถนำส่วนของค่าใช้จ่ายมาลดหย่อนภาษีได้ 60,000 บาท 
ส่วนลดหย่อนผู้มีเงินได้ 30,000 บาท และเงินสะสมที่ได้จากการนำส่งเข้า กบข. 7,200 บาท ตามหลักเกณฑ์สมาชิก กบข. สามารถนำเงินสะสมที่นำส่งเข้า กบข. มาหักลดหย่อนภาษีได้เต็มจำนวน หรือไม่เกิน 300,000 บาท
 
ดังนั้นนาย ก. จะเสียภาษีเงินได้ในส่วนของเงินได้เท่ากับ 3,140 บาท โดยคิดจากเงินได้ทั้งปี หักลดหย่อนแล้ว 240,000 – 60,000 – 30,000  7,200 บาท เท่ากับ 142,800 บาท 
วิถีการคิดภาษีคือ 80,000 แรกไม่เสียภาษี ส่วนที่เกิน 80,000 บาท ซึ่งเท่ากับ 62,800 บาท เสียภาษีร้อยละเท่ากับ 3,140 บาท 
 
แต่เมื่อระหว่างปีนาย ก. ได้ชำระภาษีนัดที่จ่าย 5,000 บาท ดังนั้นนาย ก. สามารถขอคืนภาษีที่ชำระไว้เกินได้ถึง 1,860 บาท ขอให้แจ้งเงินได้ที่ได้มาให้ครบถ้วน เพื่อประโยชน์ของคุณเอง และของประเทศ
 
 
 
แค่คลิกก็มีรางวัล คลิก คลิก คลิกสิ !!! http://www.smartsme.tv/news-detail.php?id=524