ประเมินกำลังก่อนที่จะซื้อบ้าน…จะเลือกแหล่งเงินกู้ซื้อบ้านอย่างไรดี


หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังมองหาบ้านสักหลังเป็นของตัวเอง แต่ไม่รู้ว่าตัวเองจะมีความสามารถผ่อนชำระได้เท่าไหร่ และควรซื้อบ้านที่ราคาเท่าไหร่เพื่อให้บ้านหลังใหม่ไม่เป็นภาระมากจนเกินไป ราคาบ้านที่เราจะซื้อไม่ควรเกิน 30 เท่าของรายได้ต่อเดือนของครอบครัว นอกจากนั้นค่าใช้จ่ายในการผ่อนบ้านรายเดือนก็ไม่ควรเกินร้อยละ 25-30 ต่อรายได้ต่อเดือน เพราะว่าเราจะต้องจัดสรรรายได้ในแต่ละเดือนเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายอื่นๆด้วย 
 
ตัวอย่างเช่น ปัจจุบันรายได้ของครอบครัวอยู่ที่ประมาณ 30,000 บาทต่อเดือน ดังนั้นราคาบ้านที่ควรตัดสิ้นใจซื้อก็ไม่ควรเกินกว่า 900,000 บาท และการผ่อนชำระก็ไม่ควรเกินเดือนละ 9,000 บาท อย่างไรก็ตามก่อนคิดก่อนจะซื้อบ้านเพื่อเป็นรางวัลชิ้นใหญ่ของชีวิตก็ต้องตัดสินใจให้รอบคอบ รวมทั้งประเมินกำลังของตัวเองให้ดีซะก่อน เพื่อให้บ้านหลังใหม่นำมาซึ่งความสุขที่สุดของชีวิต
 
หลังจากประเมินกำลังของตนเองได้แล้วการเลือกแหล่งเงินกู้ก็มีความสำคัญ เราจะมีเกณฑ์เลือกแหล่งเงินกู้อย่างไรดีเพื่อให้เราได้ประโยชน์มากที่สุด หลักเกณฑ์การตัดสินใจเลือกสถาบันทางการเงินที่เราจะขอกู้นั้นมีอยู่ 5 ประการด้วยกัน ได้แก่
 
1. อัตราดอกเบี้ย
ดูว่าสถาบันการเงินใดที่อัตราดอกเบี้ยที่เราได้ประโยชน์สูงที่สุด ในเรื่องอัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารคิดรวมทั้งเงื่อนไขในการคิดดอกเบี้ย เช่น การให้อัตราดอกเบี้ยคงที่ในปีแรกๆ ต่อจากนั้นก็คิดดอกเบี้ยลอยตัว หรือการให้อัตราดอกเบี้ยลูกค้าชั้นดี หรือว่า MLR บวกด้วยส่วนเพิ่มอีกเท่าไหร่เป็นต้น
 
2. วงเงินสินเชื่อที่เราจะได้รับ
ต้องดูว่าจะให้สูงเป็นกี่เปอร์เซ็นของราคาประเมิน เพื่อเป็นข้อมูลว่า สถาบันการเงินใดให้วงเงินกู้สูงกว่า
 
3. เงื่อนไขในการผ่อนชำระ
ต้องดูว่าเป็นยังไงเป็นเงินสดหรือว่าเช็ค หรือว่าตัดเงินผ่านบัฐชีธนาคารเพื่อที่เราจะได้รับประโยชน์ และมีความสะดวกสบายมากที่สุด
 
4. ระยะเวลาในการพิจารณาอนุมัติเงินกู้ว่านานแค่ไหน
และมีบริการเพิ่มเติมอื่นๆอีกหรือไม่ เช่น ให้กู้เพิ่มเติมเพื่อซื้ออุปกรณ์ตกแต่งบ้าน หรือว่ามีวงเงินเพิ่มค่าประกันชีวิต เป็นต้น
 
5. ค่าธรรมเนียมต่างๆ เช่น ค่าธรรมเนียมในการประเมินหลักทรัพย์ ค่าธรรมเนียมกรณีชำระหนี้ทั้งหมดก่อนกำหนด ซึ่งสถาบันการเงินแต่ละแห่งจะคิดค่าธรรมเนียมในส่วนนี้ไม่เท่ากัน ดังนั้นจะกู้เงินกับสถาบันใดก็ตามก็ต้องตัดสินใจให้รอบคอบดีก่อน