สัญญาลิสซิ่ง VS สัญญาเช่าซื้อ ต่างกันอย่างไร


1. เช่าซื้อ คือสัญญาซึ่งเจ้าของทรัพย์สินออกให้เช่า และให้คำมั่นว่าจะขายทรัพย์สินนั้นหรือว่าจะให้ทรัพย์สินนั้นตกเป็นสิทธิแก่ผู้เช่า โดยเงื่อนไขที่ผู้เช่าได้ใช้เงินเป็นจำนวนเท่านั้นเท่านี้คราว สัญญาเช่าซื้อถ้าไม่ทำเป็นหนังสือ เป็นโมฆะ **ลิสซิ่ง*คำทับศัพท์ภาษาอังกฤษ มาจากคำว่า lease n.,vt., แปลว่า เช่า , สัญญาเช่า , ให้เช่า ข้อที่

2. การประกอบธุรกิจลิสซิ่ง มีความหมายที่แตกต่างกับที่กล่าวข้างต้นดังนี้

3. การประกอบธุรกิจลิสซิ่ง เป็นลักษณะของการประกอบธุรกิจให้สินเชื่ออย่างหนึ่งที่มิใช่ให้เป็น *เงิน*แต่เป็นการให้สินเชื่อ เป็นทรัพย์สิน

4. องค์กรทางราชการแห่งหนึ่ง ได้ศึกษาการประกอบธุรกิจลิสซิ่ง ซึ่งเป็นการประกอบธุรกิจประเภทหนึ่งที่เกิดขึ้นจากประเพณีปฏิบัติทางการค้า ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ ดังนี้

4.1 Financial Leasing เป็นการที่ ผู้ประกอบธุรกิจลิสซิ่ง จัดหาทรัพย์สิน มาให้ผู้ประสงค์จะใช้ทรัพย์สิน ได้ใช้ทรัพย์สินตามระยะเวลาของสัญญา การประกอบธุรกิจลีสซิ่งรูปแบบนี้จะมีผู้ที่เกี่ยวข้อง 3 ฝ่าย คือ ผู้ผลิตหรือผู้จำหน่าย ผู้ประกอบธุรกิจลีสซิ่ง และ ผู้ประสงค์จะใช้ทรัพย์สิน โดยผู้ประสงค์จะใช้ทรัพย์สินจะเป็นผู้เลือกว่าตนประสงค์จะใช้ทรัพย์สินที่ผลิตหรือจำหน่าย โดยผู้ผลิตหรือผู้จำหน่ายรายใด และจะเป็นผู้เจรจากับผู้ผลิตหรือผู้จำหน่ายทรัพย์สินเกี่ยวกับราคา การชำระราคา การรับประกันภัย และการบำรุงรักษาทรัพย์สิน หลังจากนั้นผู้ประกอบกิจการลีสซิ่งจะให้สินเชื่อแก่ผู้ประสงค์จะใช้ทรัพย์สิน ตามเงื่อนไข โดยที่ประกอบธุรกิจลีสซิ่งยังคงเป็นเจ้าของทรัพย์สินนั้น

4.2 Operating Leasing แตกต่างกับ Financial Leasing บางประการ โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้อง 2 ฝ่าย คือ ผู้ประกอบธุรกิจลีสซิ่ง กับ ผู้ประสงค์จะใช้ทรัพย์สิน Financial Leasing มักใช้กับทรัพย์สินประเภททุนที่มีราคาสูง เช่น เครื่องจักรที่ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม เป็นต้น ส่วน Operating Leasing มักใช้กับทรัพย์สินที่เป็นเครื่องอุปโภคบริโภค

5. การประกอบธุรกิจลีสซิ่ง ปัจจุบันนี้ยังไม่มีกฎหมายเฉพาะที่ควบคุมธุรกิจนี้ จึงต้องบังคับตามหลักของสัญญา หลักกฎหมายทั่วไป และกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ *สัญญาลีสซิ่ง จึงเป็นการผสมผสานของ การให้สินเชื่อ และสัญญาเช่าทรัพย์

ที่มา : www.dbd.go.th