สร้างแบรนด์ให้ก้าวไกล ก่อนเอาสินค้าเข้าสู่โมเดิร์นเทรด


ในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ SMART SME EXPO 2016 ได้จัดงานสัมมนาดี ๆ ภายใต้หัวข้อ ค้นหาตน “จับธุรกิจชน !!…โมเดิร์นเทรดไทยยุคดิจิทัล”   โดย ดร.ฉัตรชัย ตวงรัตนพันธ์  ผู้อำนวยการสมาคมค้าปลีกไทย และ ผศ.ดร.บุปผา ลาภะวัฒนาพันธ์ อาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย  ซึ่งทั้งคู่ได้มาให้ความรู้เกี่ยวกับโมเดิร์นเทรดแก่ผู้ประกอบการไทยไว้อย่างดีดังนี้

หัวใจของการค้าปลีกคือ ‘สต็อก’ เวลาเราซื้อของเข้ามา  เงินสดมันออกไป ของที่เข้ามาก็คือสต็อก เมื่อขายได้  เงินสดถึงจะเข้ามา เงินที่อยู่ตรงนั้นมันจม เราต้องบริหารเงินสดให้ได้

โมเดิร์นเทรดไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกอย่าง ตอนนี้มีทั้งหมด 60,000 รายการ ถ้าเข้าไปในห้างแล้วสินค้าเราจะไปอยู่ตรงไหน ขายได้หรือเปล่า ลูกค้าของเราคือใคร อายุเท่าไหร่ ผู้ชายหรือผู้หญิง และสินค้าคุณดีกว่าคนอื่นตรงไหน

ตอนนี้ช่องทางในการขายทั้งหมดมี 3 ทางคือ ออนไลน์ ออนกราวด์ตามห้าง และออนแอร์คือทีวี ซึ่งกลุ่มเป้าหมายจะเป็นคนบอกช่องทางแก่เราเองว่าเราควรจะใช้ช่องทางไหนในการขายสินค้า เมื่อรู้ว่ากลุ่มเป้าหมายเป็นใครเราก็ต้องรู้พฤติกรรมเค้าให้ได้มากที่สุด

หลักการที่สำคัญที่ต้องรู้ในการทำธุรกิจคือ 3C Company Customers และ Competitor รู้ตัวเราเอง รู้ลูกค้าของเรา และรู้ถึงคู่แข่งของเราด้วย นอกจากนี้ยังต้องควบคู่กับ S-T-P คือ Segmentation การแบ่งส่วนตลาด Targeting การกำหนดกลุ่มเป้าหมาย และ Positioning จุดขายสินค้า

ราคาไม่ใช่ตัวกำหนดการตัดสินใจ แต่เป็นเพียงแค่สิ่งจูงใจเฉย ๆ เพราะลูกค้ามองหาความคุ้มค่า ไม่ใช่ความถูกหรือแพงแต่เพียงอย่างเดียว SME จะมีวิกฤตการณ์ 3 ช่วง ช่วงแรกที่เริ่มทำจะหาลูกค้าไม่เจอ ช่วงต่อมาคือเมื่อเจอลูกค้ากลุ่มเป้าหมายแล้ว ขายได้ดีจนผลิตไม่ทัน ต้องแก้ด้วยการไปหาคู่ค้าการผลิตมาช่วย วิกฤตการณ์สุดท้ายคือ เมื่อธุรกิจดีขึ้นทุกอย่าง แต่ดันมีคู่แข่งเกิดขึ้นมา ทางแก้ท้ายที่สุดเราก็ต้องทำแบรนด์

แบรนด์คือ ประสบการณ์ไม่ใช่แค่เพียงโลโก้เท่านั้น เราต้องหาตัวตนของเราให้ได้ว่าเราจะเป็นใครในตลาด และทำอย่างไรให้โดนใจโมเดิร์นเทรด อย่างน้อยที่สุดเราต้องมีโลโก้หรือแบรนด์ เพราะเป็นสิ่งทำให้รู้ว่าเราแตกต่างจากคู่แข่งอย่างไร  และทำให้ผู้คนเรียกชื่อของสินค้าเราถูกต้อง การตั้งชื่อแบรนด์ง่าย ๆ ก็คือตั้งตามชื่อของตัวเอง

แต่ที่ต้องคิดมากกว่านั้นคือ เราต้องคิดว่าแบรนด์คือความรู้สึกในจิตใจของลูกค้า เป็นประสบการณ์ที่มีต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งหรือสิ่งรอบตัว เมื่อสร้างแบรนด์ต้องถามลูกค้าว่ารู้สึกกับแบรนด์ของเราอย่างไรด้วย ซึ่งอย่างแรกเราต้องมั่นใจในตัวเองว่าจะทำอะไร และสองต้องรู้ถึงกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการเจาะตลาด

ทำแบรนด์ให้แตกต่างต้องเริ่มจากการหาตัวตนให้เจอ อย่างแรกต้องหาสิ่งที่ตัวเองมี  แต่คนอื่นไม่มีให้เจอเสียก่อน ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นในเรื่องของสินค้า อาจจะเป็นเรื่องบริการก็สามารถใช้ในด้านนี้ได้ และสมัยนี้ต้องใส่ใจอินเทอร์เน็ตมากขึ้น หากธุรกิจของเราสามารถเพิ่มดิจิทัลให้เข้ามามีส่วนร่วมแล้วเกิดประโยชน์ได้ล่ะก็  ให้นำมาใช้เพื่อประโยชน์ของธุรกิจตัวเองในอนาคต

ทั้งหมดทั้งมวลนี้ก็เป็นความรู้ที่วิทยากรทั้งสองท่านได้นำเสนอให้พวกเราทราบผ่านการสัมมนาในครั้งนี้ ซึ่งเนื้อหาเข้มข้นและเป็นประโยชน์อย่างมากกับผู้ประกอบการ SME ที่หวังจะก้าวไกลพาสินค้าตัวเองสู่โมเดิร์นเทรด