ธุรกิจครอบครัว ทำอย่างไรให้สำเร็จ


ปัญหาที่เกิดขึ้นในการบริหารงานถือได้ว่าเป็นเรื่องปกติของธุรกิจที่จะต้องเจอ โดยธุรกิจครอบครัวเองก็มักจะประสบปัญหาเช่นกัน โดยแต่ละครอบครัวมักเจอปัญหาที่แตกต่างกันออกไป โดยทุกปัญหานั้นจำเป็นที่จะต้องมีกระบวนการการเตรียมการการแก้ปัญหาที่ถูกทางและถูกต้อง

ซึ่งทาง ผศ. ดร. เอกชัย อภิศักดิ์กุล คณบดีคณะบริหารธุรกิจและผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาธุรกิจครอบครัว มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้บอกเคล็ดลับการบริหารความเสี่ยง เพื่ออุดช่องโหว่ธุรกิจครอบครัวไว้ในรายการไว้ว่า

ในการทำธุรกิจไม่ว่าจะประเภทไหน สิ่งที่ผู้บริหารต้องมีในการเข้ามาบริหารงาน คือ ต้องมีความสามารถที่พร้อม ซึ่งเป็นเงื่อนไขแรกๆในการเป็นผู้นำ ซึ่งการทำธุรกิจครอบครัวก็ต้องใช้หลักการเดียวกันในการเลือกสมาชิกที่จะเข้ามาทำงาน

โดยการทำธุรกิจครอบครัวนั้นมักมีความเสี่ยงที่สูงกว่าการทำธุรกิจประเภทอื่น เนื่องมาจากมีปัจจัยในเรื่องของความรู้สึก อารมณ์ เข้ามาเกี่ยวข้อง โดยสามารถแบ่งความเสี่ยงในการทำธุรกิจครอบครัวได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ
1. ความเสี่ยงในทางธุรกิจ ซึ่งอาจจะมีปัญหามาจากการสืบทอดธุรกิจที่สืบทอดการบริหารงานแบบเดิมๆ ที่ใช่ว่าจะสามารถนำมาใช้ได้กับทุกยุคทุกสมัย โดยไม่ไตร่ตรองถึงความเหมาะสมที่จะใช้ในสถานการณ์และยุคสมัยนั้นๆ
2.ความเสี่ยงที่เกิดจากครอบครัว โดยการทำธุรกิจแบบครอบครัวนั้น เป็นได้ทั้งจุดแข็งและจุดอ่อนของตัวธุรกิจ โดยธุรกิจครอบครัวที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่นั้น มักมีสมาชิกครอบครัวที่มีความเก่งอยู่มากมาย ซึ่งจะตรงกันข้ามกับธุรกิจครอบครัวที่ประสบความสำเร็จมาก่อน แต่ในปัจจุบันนั้นล้มเหลวในธุรกิจ มักจะพบจุดอ่อนของธุรกิจ คือ คนที่เป็นเจ้าของธุรกิจที่ไม่มีการพัฒนาศักยภาพของตัวเองให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น การแก่งแย่งชิงดีกันในครอบครัว ซึ่งถือได้ว่าเป็น ก็มักจะพบความเสี่ยงในการบริหารงานที่มากขึ้น อาทิเช่น การแย่งชิงผลประโยชน์กันในครอบครัว ก็ถือได้ว่าเป็นความเสี่ยงในรูปแบบหนึ่ง

ดังนั้น ถ้าหลายครอบครัวมองเห็นถึงความเสี่ยงของธุรกิจ ความเสี่ยงในครอบครัว ก็ควรหาทางป้องกัน ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาศักยภาพของสมาชิกในครอบครัว การอบรมบ่มนิสัยให้เด็กรุ่นใหม่มีความเสียสละต่อส่วนรวม ธุรกิจครอบครัวที่ประสบความสำเร็จจึงมักมีการเตรียมความพร้อมทั้งในการบริหารงานทางธุรกิจและทางครอบครัว เพื่อความเสี่ยงที่จะเป็นช่องโหว่ในการทำธุรกิจครอบครัวนั่นเอง