รายการ SMEs Speed up “ธุรกิจติดลมบน” ตอน บริษัท โตว่องไว จำกัด


จากการตัดสินใจเสียขาเพื่อใช้หนี้ สู่การปลดหนี้ 14 ล้าน ! ด้วยรถตอกเสาเข็มคันแรกของโลก
กับ 21 วันที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม

“ตัดสินใจไปอบรมกับทางกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมครั้งแรก 21 วัน ถ้าไปแล้วไม่ใช่ก็จะกลับแต่รู้ไหมว่า  21 วันนี้ ทำให้โตว่องไวสบายไป 21 ปี”

คุณไพศาล ว่องไวกลยุทธ์ ประธานกรรมการ บริษัท โตว่องไว จำกัด ได้บอกเล่าผ่านรายการ “Speed up ธุรกิจติดลมบน” หากไม่ได้เข้าอบรมในวันนั้นคงไม่มีโตว่องไวในวันนี้ โดยเริ่มต้นทำธุรกิจจากความผิดพลาดในอดีตจนปัจจุบันนี้มีรายได้ไม่ต่ำกว่า 200-300 ล้านบาทต่อปี และธุรกิจที่ทำให้โตว่องไวมีชื่อเสียงก็คือธุรกิจ ผลิตจำหน่ายรถตอกเสาเข็ม อีกทั้งยังมีธุรกิจต่อยอดอีกหลายอย่าง เช่น รับบริการตอกเสาเข็ม ทำปั๊มแก๊ส LVG และธุรกิจเกี่ยวสื่อสาร

กว่าจะผ่านมาได้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่คุณไพศาลก็ไม่เคยยอมแพ้  “ผมคิดผมฝันว่าจะต้องได้เป็นเฒ่าแก่”

เริ่มต้นจากมีเงินติดตัวอยู่เพียง 940 บาท ด้วยความที่ไม่อยากไปเป็นลูกจ้างใครเลยตัดสินใจเปิดร้านโชว์ห่วยขึ้น ช่วงเวลานั้นติดการพนัน เป็นหนี้อยู่ 4 ล้านบาท หลังจากนั้นก็มาทำธุรกิจขายที่ดิน เพื่อนำเงินไปใช้หนี้ สุดท้ายได้มีคนชวนไปเป็นหุ้นส่วนที่โรงเลื่อยแต่ไม่นานก็ประสบปัญหาครั้งใหญ่เพราะโรงงานเลื่อยขายไม่ดี จึงต้องปิดโรงงานและเป็นหนี้อีกครั้งกับจำนวนเงิน 14 ล้าน ตอนนั้นมีความคิดว่าจะยอมเสียขา 1 ข้าง เพื่อแลกกับเงินมาใช้หนี้ แต่ระหว่างนั้นได้เรียนรู้เรื่องของ เหตุผล ผลข้างเคียง และเรียนรู้เรื่องของ SWOT จึงมีความคิดที่ว่า “คิดอะไรที่ไม่มีคนคิด ทำอะไรที่ไม่มีคนทำ แล้วมาลองดูที่ผลข้างเคียงดูว่าคุ้มหรือไม่” ช่วงนั้นจึงตัดสินใจที่จะสู้ต่อและไม่ยอมแพ้ต่อวิกฤตที่เจออยู่

เมื่อตัดสินใจที่จะเดินต่อจึงนำที่ดินที่เหลือจากโรงงานเลื่อยไปขายเพื่อปลูกบ้านชั้นเดียวขาย หากปลูกบ้าน 2 ชั้นจำเป็นต้องมีรถตอกเสาเข็ม ระหว่างนั้นจินตนาการก็มาพร้อมกับภาพ ว่าวัสดุที่จะทำเป็นรถตอกเสาเข็มนั้นขาดชิ้นส่วนอีกเพียง 3 อย่างเท่านั้นเองจึงพยายามหาชิ้นส่วน 3 อย่างนี้ และสุดท้ายประสบความสำเร็จมี “รถตอกเสาเข็มคันแรกของโลก” ไม่นานหลังจากที่มีรถตอกเสาเข็มก็ทำให้มีอาชีพ รายได้เดือนละ 3 แสนบาท และสามารถปลดหนี้  14 ล้านบาท ได้สำเร็จ

และเมื่อคุณไพศาล ไม่คิดจะหยุดอยู่เพียงเท่านี้จึงตัดสินใจเข้ารับการอบรมกับทางกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม 21 วัน ตั้งแต่วันแรกที่เข้าไปอบรมก็เปลี่ยนแปลงแนวคิดของเราไปหมด “ขยันมากไปหากไม่มีความคิดรวยยังไงก็ไม่รวย” หลังจากการอบรมได้เริ่มวางแผนหาที่ปรึกษามือซ้ายมือขวาเวลาที่เราไม่อยู่จะได้มีคนที่ทำงานแทนเราได้ และทำให้เรามีเวลาที่จะคิด สุดท้ายก็เริ่มจดสูติบัตรเมื่อปี พ.ศ. 2538 ที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาเพราะรถตอกเสาเข็มเป็นคันแรกของโลก และยอมเรียนรู้ที่จะเขียนเองต่อให้แก้เป็นร้อย ๆ ครั้งก็ยอมที่จะแก้

“ทุกอย่างในโลกย่อมมีทั้งจุดเด่น จุดด้อย วิกฤต โอกาส ของมันเองอยู่แล้วเพียงแต่ว่าเราจับตัวไหนได้ไหม ถ้าเราจับได้ก็ถือว่าโชคดีไปแต่ถ้าจับไม่ได้ก็ ปุถุชนคนธรรมดาไป” ซึ่งจุดเด่นของรถตอกเสาเข็มคือ เป็นรถที่ประกอบได้รวดเร็วและคนอื่นไม่มี แต่ใช่ว่าจะไม่มีวิกฤต เพราะรถตอกเสาเข็มล้อยางไม่สามารถที่จะทำงานได้ในช่วงฤดูฝนตอนนั้นถือว่าบริษัทโตว่องไวแข็งแรงแล้ว แต่จะทำอย่างไร ถึงจะทำลายกำแพงวิกฤตตรงนี้ให้ได้หากต้องเจอวิกฤตเหล่านี้อยู่เรื่อย ๆ ทุก ๆ ปี ธุรกิจคงจะแย่ จึงตั้งโจทย์กับตัวเอง … ไม่นาน รถตอกเสาเข็มตีนตะขาบก็เกิดขึ้นไม่ว่าจะฤดูไหน ๆ ก็สามารถที่จะทำงานได้ ตลอดทั้งปี

มีคำถามจากกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมบอกไว้ว่า “คุณเป็นคนสร้างธุรกิจขึ้นมาหากคุณตาย ธุรกิจคุณจะตายไปด้วยไหม” หลังจากนั้นคุณไพศาล จึงเริ่มนำระบบการจัดการบริหารคนมาใช้ ในขณะที่มีคนงานมีเพียง 10 กว่าคนเท่านั้น แต่สามารถทำยอดขายได้ 200-300 ล้านบาท ทุกวันนี้ที่โตว่องไวสมชื่อได้เนื่องจากคำถามจากกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม

ทั้งนี้ บริษัทโตว่องไว จำกัด เติบโตอย่างก้าวกระโดดได้ เพราะการสนับสนุนที่ดีจากกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม “โรงงานแห่งนี้ เขาเป็นคนให้ผมมา ถ้าวันนั้นผมไม่ไปอบรมคงไม่มี โตว่องไว ในวันนี้” คำนี้เป็นคำพูดจากปากของผู้ชายที่ชื่อไพศาล ว่องไวกลยุทธ์ นับว่าเป็นเรื่องราวดี ๆ จากคนที่มีความฝันอยากจะเป็น เฒ่าแก่ และลงมือทำจริง จนประสบความสำเร็จ

ผมนำมาเล่าอย่างสรุปความ แต่ยังมีรายละเอียดอื่น ๆ ที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการแรงบันดาลใจ หรือวิธีคิดที่จะช่วยส่งเสริมการประกอบธุรกิจให้ประสบความสำเร็จแบบติดลมบน ที่ รายการ “SMEs Speed up ธุรกิจติดลมบน”  ลิงก์รายการ https://goo.gl/21hEk2 และลิงค์ตอน บริษัท โตว่องไว จำกัด https://goo.gl/dAF9qK