5 แผนงานการเงิน ยุคดิจิทัล ที่ควรรู้ไว้!!


e-Payment เรียกได้ว่าเป็นความสะดวกสบายในการชำระเงินผ่านทาวอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งสร้างความรวดเร็วให้กับผู้บริโภคในการจ่ายเงินต่างๆ อาทิเช่น ช็อปปิ้ง ค่าอาหาร ค่าน้ำ ค่าไฟ และอีกหลากหลายบริการที่สามารถชำระผ่านทาง e-Payment ได้ โดยที่เราเองไม่จำเป็นต้องพกเงินสด

จากการสำรวจทั่วโลกพบว่าในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วมีการใช้เงินสดลดน้อยลงมาก แต่ในประเทศที่กำลังพัฒนานั้นยังใช้เงินสดอยู่จำนวนมาก โดยการใช้เงินสดในอัตราที่สูงนั้นส่งผลให้ผู้คนได้รับการช่วยเหลือที่ช้า เนื่องมาจากการเข้าถึงแหล่งเงินสดที่ค่อนข้างยาก และมีค่าธรรมเนียมที่สูง ซึ่งจำเป็นที่จะต้องใช้ต้นทุนมหาศาลในการบริหารจัดการเรื่องนี้

โดยในครึ่งปีหลังนี้ ทางประเทศไทยเราจะสามารถโอนเงินผ่านระบบพร้อมเพย์ (Prompt Pay) ซึ่งระบบการโอนเงินพร้อมเพย์นั้นจะทำให้คุณสามารถโอนเงินต่างธนาคารโดยเสียค่าธรรมเนียมที่ถูกลง

โดยทั้งนี้ได้มีการวางแผน National e-Payment Master Plan ประกอบด้วยแผนงานสำคัญ 5 โครงการ ได้แก่

 1. โครงการระบบการชำระเงินแบบ Any ID

ทุกคนจะสามารถโอนเงินให้กันโดยใช้หมายเลขบัตรประชาชน  13 หลักก็สามารทำธุรกรรมการเงินได้ ทำให้มีความสะดวกสบายมากขึ้น

2. โครงการการขยายการใช้บัตร

โดยทางภาครัฐจะกระจายเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ให้กับร้านค้าเพื่อให้ผู้บริโภคสามารถชำระเงินผ่าน e-Payment โดยที่ไม่ต้องพกเงินสด

3. โครงการระบบภาษีและเอกสารธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์

เมื่อทุกอย่างถูกดำเนินการระบบอิเล็กทรอนิกส์ การตรวจสอบภาษีก็ง่ายขึ้น ทำให้ลดจำนวนเอกสารต่างๆลงได้ อำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้งานรวมไปถึงภาครัฐ

4. โครงการ e-Payment ภาครัฐ

โครงการนี้เป็นโครงการที่จะอำนวยความสะดวกให้กับภาครัฐในการจ่ายเงินค่าสวัสดิการต่างๆให้กับประชาชนผ่านบริการพร้อมเพย์ โดยที่ประชาชนเองสามารถรับเงินได้ทุกช่องทาง

5. โครงการการให้ความรู้และส่งเสริมการใช้ธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์

เป็นโครงการส่งเสริงให้ประชาชนเกิดความรู้ ความเข้าใจในการใช้บริการการเงิน e-Payment มากยิ่งขึ้น