อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค โชว์ศักยภาพนวัตกรรมเกษตรใน FARM EXPO ASIA 2026 เปิดโอกาส 30 ผู้ประกอบการต่อยอดธุรกิจ ชูต้นแบบงานวิจัยสร้างยอดขายหลักสิบล้าน

อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค เดินหน้าดันงานวิจัยและนวัตกรรมเกษตรไทยสู่ตลาด ในงาน Farm Expo Asia 2026 หลังผู้ประกอบการให้ความสนใจต่อยอดผลิตภัณฑ์และธุรกิจผ่านเครือข่ายอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค พร้อมโชว์ผลงานนวัตกรรมด้านเกษตร อาหาร และการแปรรูป ผลผลิตที่พัฒนาจากองค์ความรู้ของมหาวิทยาลัยสู่การใช้ประโยชน์จริงในภาคธุรกิจ ชูกรณีศึกษาความสำเร็จผู้ประกอบการในโครงการบ่มเพาะของอุทยานฯสามารถเพิ่มรายได้สูงสุดได้ 8 เท่า และผลิตภัณฑ์นวัตกรรมทำยอดขายออนไลน์กว่า 32 ล้านบาทในปีแรก สะท้อนพลังของงานวิจัยไทย ในการเปลี่ยนวัตถุดิบท้องถิ่นให้เป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับผู้ประกอบการและชุมชน

ดร.วัฒนจักร พุ่มวิเศษ ผู้อำนวยการกลุ่มอุทยานวิทยาศาสตร์ กองส่งเสริมและประสานเพื่อประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เปิดเผยว่า การเข้าร่วมงาน FARM EXPO ASIA 2026 ระหว่างวันที่ 24–27 กันยายน 2569 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี เป็นโอกาสสำคัญในการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมจากมหาวิทยาลัยออกสู่ภาคธุรกิจ พร้อมเปิดพื้นที่ให้เกษตรกรและผู้ประกอบการเข้าถึงเทคโนโลยีและผู้เชี่ยวชาญโดยตรง โดยผลตอบรับจากการจัดงานครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ผู้ประกอบการไทยมีความต้องการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปยกระดับผลิตภัณฑ์และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันอย่างชัดเจน โดยเฉพาะกลุ่มที่มีผลิตภัณฑ์อยู่แล้วและต้องการพัฒนาคุณภาพ เพิ่มมูลค่า หรือขยายโอกาสทางการตลาด ซึ่งอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคพร้อมทำหน้าที่เชื่อมโยงความต้องการเหล่านี้กับองค์ความรู้และบริการจากมหาวิทยาลัยในเครือข่าย เพื่อผลักดันให้เกิดการนำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม

โดยภายในงาน อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคได้นำผลงานวิจัยและนวัตกรรมกว่า 30 ผลงานมาจัดแสดง ครอบคลุมด้านอาหาร การเกษตร และการแปรรูปผลผลิต อาทิ บะหมี่ไข่ผำผสมผักเคล และเม็ดอมสมุนไพนวัตกรรมจากสารสกัดขิง ซึ่งเป็นตัวอย่างการนำวัตถุดิบทางการเกษตรมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์อาหารทางเลือก พร้อมเปิดให้คำปรึกษาด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ การสร้างแบรนด์ และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในกระบวนการผลิต รวมถึงจัดกิจกรรม Innovation Workshop เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และสร้างแรงบันดาลใจในการพัฒนานวัตกรรม โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมรวม 240 คน เป็นผลให้ตลอดระยะเวลา 4 วัน มีผู้สนใจเข้าชมบูธรวมกว่า 700 คน และเข้ารับคำปรึกษากว่า 80 ราย โดยผลสำเร็จสำคัญคือ มีผู้ประกอบการและผู้สนใจด้านธุรกิจจำนวนกว่า 30 ราย แสดงความสนใจและมีศักยภาพที่จะนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี หรือ นวัตกรรมไปพัฒนาต่อยอดภายหลังจากการเข้าร่วมงานและเกิดการเจรจาเชื่อมโยงความร่วมมือเบื้องต้น 20 คู่ แม้การจัดงานในครั้งนี้จะอยู่ในช่วงที่หลายพื้นที่มีฝนตกหนักและเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วม ซึ่งส่งผลต่อการเดินทางของประชาชนและผู้ประกอบการบางส่วน แต่อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคยังสามารถสร้างการรับรู้และเชื่อมโยงผู้สนใจเข้าสู่บริการด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมได้อย่างต่อเนื่อง

ดร.วัฒนจักร กล่าวเพิ่มเติมว่า โอกาสที่เกิดขึ้นจากงานครั้งนี้สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินงานของอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคที่มุ่งผลักดันงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ โดยมีต้นแบบความสำเร็จจากผู้ประกอบการที่ได้รับการสนับสนุนจากเครือข่ายอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค อาทิ สุวรรณสเปรย์ (Suwan Spray) ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมจากสารสกัดเบต้าไพนีนในมะกรูด ซึ่งสามารถสร้างรายได้เติบโตถึง 8 เท่าในปีแรก และเติบโตต่อเนื่องในระยะต่อมา นอกจากสร้างมูลค่าทางธุรกิจแล้ว ยังมีการทำข้อตกลงรับซื้อมะกรูดจากชุมชนบ้านตมอย่างต่อเนื่อง ช่วยเพิ่มช่องทางสร้างรายได้ให้เกษตรกร และเปลี่ยนวัตถุดิบท้องถิ่นให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง และยังมีอีกหนึ่งต้นแบบที่โดดเด่นคือ Hair Rise ผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมจากสารสกัดข้าวเหนียวดำพื้นเมืองและสมุนไพรไทย ซึ่งพัฒนาจากงานวิจัยสู่ผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ภายใต้บริษัท พีทูเอ อินโนเวชั่น จำกัด สามารถสร้างยอดขายออนไลน์กว่า 32 ล้านบาทภายในปีแรกของการเปิดตัว พร้อมคว้ารางวัลชนะเลิศ 7 Innovation Awards 2025 ด้านเศรษฐกิจ สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของการนำองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ตลาดและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้จริง

สำหรับการต่อยอดผลสำเร็จหลังจบงาน อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคเตรียมติดตามความต้องการของผู้ประกอบการที่สนใจพัฒนาธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยจะพิจารณาแนวทางสนับสนุนให้เหมาะสมกับแต่ละราย พร้อมเชื่อมโยงกับนักวิจัย ผู้เชี่ยวชาญ และห้องปฏิบัติการของมหาวิทยาลัยในเครือข่าย ทั้งด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การปรับปรุงกระบวนการผลิต การทดสอบและวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ ตลอดจนการสร้างแบรนด์และการตลาด เพื่อผลักดันให้โอกาสที่เกิดขึ้นภายในงานนำไปสู่การใช้ประโยชน์จากงานวิจัยอย่างเป็นรูปธรรม โดยเป้าหมายของอุทยานฯ ไม่ใช่เพียงการนำผลงานนวัตกรรมออกสู่สาธารณะ แต่ต้องการให้เกษตรกรและผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ธุรกิจของตนเองได้อย่างแท้จริง อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคจะเดินหน้าเชื่อมโยงเครือข่ายมหาวิทยาลัยกับภาคธุรกิจ เพื่อเปลี่ยนงานวิจัยให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่สร้างรายได้ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจในภูมิภาคอย่างยั่งยืน” ดร.วัฒนจักร กล่าวทิ้งท้าย