23 ธ.ค. 58 พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงผลงานของรัฐบาลในการพัฒนาภาคการเกษตรและแนวนโยบายในปี59 เพื่อให้เกิดความยั่งยืน ว่าจากที่รัฐบาลในอดีตพยายามแก้ปัญหาสินค้าเกษตรด้วยการประกันราคา จำนำผลผลิตการเกษตร ซึ่งบิดเบือนกลไกตลาด และเป็นช่องว่างให้เกิดการประพฤติปฏิบัติที่ไม ถูกต้อง เกิดความเสียหายต่อรัฐและเกษตรกร และเป็นภาระกับงบประมาณ อีกทั้งเกษตรกรซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศยังพึ่งพาตนเองไม่ได้ โดยรัฐบาลนี้มีเป้าหมายที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยให้ดีขึ้น ซึ่งมีมาตรการเฉพาะหน้าและการสร้างความเข้มแข็งในระยะยาว
รมว.เกษตรฯบอกด้วยว่าในปี58 เกษตรกรมีปัญหาด้านราคาและวิฤกติภัยแล้งต่อเนื่องถึงปี 59 ซึ่งยังมีผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังมีความผันผวนต่อไปทั้งข้าวและยางพารา โดยรัฐบาลได้ช่วยเหลือสนับสนุนปัจจัยการผลิตเพื่อลดต้นทุนให้เกษตรกรอยู่ได้ ในวงเงิน 5.8 หมื่นล้านใน4 โครงการ เช่นช่วยเหลือชาวนา และชาวสวนยาง ไร่ละ1 พันบาทรายละไม่เกิน15 ไร่ และช่วยเพิ่มเติมให้กับชาวสวนยาง กับคนกรีดยาง อีกไร่ละ 1,500 บาท โดยมีเกษตรกรได้รับประโยชน์ 5 ล้านครัวเรือน เฉลี่ยครัวเรือนละ1.1 หมื่นบาท
สำหรับมาตรการแก้ไขปัญหาภัยแล้งปี58/59 ในระยะสั้น เช่น การเจาะน้ำบาดาล กรอบวงเงิน 3,463 ล้านบาท จำนวน6,030 บ่อและมี 8 มาตรการช่วยด้านรายได้ ลดรายจ่ายในครัวเรือน ในช่วงฤดูแล้งปี58/59 กรอบวงเงินงบประมาณ 8,752 ล้านบาท จำนวน 5 ล้านครัวเรือน โดยสนับสนุนปัจจัยการผลิตให้เกษตรกรทำอาชีพเสริมทดแทนการทำนาปรัง เช่น การปศุสัตว์ การประมง การปลูกพืชอายุสั้นใช้น้ำน้อยทดแทน รายละ 2,400 บาทต่อครัวเรือนเกษตรกรได้รับประโยชน์ 385,958 ราย
รมว.เกษตรฯ กล่าวว่า ในช่วงระยะที่สองของการปฎิรูปตามโรดแม๊พ คือการสร้างเข้มแข็งอย่างยั่งยืนให้เกษตรกร โดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ หัว เพื่อให้ภาคเกษตรไทยเป็นการเกษตรยุคใหม่ นับตั้งแต่ปีงบประมาณ 2559 โดยเน้นเกษตรกรเป็นศูนย์กลางและส่งเสริมการบูรณาการเชิงพื้นที่เป็นหลัก ซึ่งการดำเนินการในด้านต่างๆ ซึ่งในปีหน้าจะประกาศให้เป็นปีแห่งการรณรงค์ลดต้นทุนและเพิ่มโอกาสในการแข่งขัน ผ่านศูนย์การเรียนรู้ 882 ศูนย์ ทั่วประเทศเพื่อเป็นกลไกขับเคลื่อน ในวงเงิน 1,064 ล้านบาท เพื่อพัฒนาศักยภาพเกษตร จำนวน 222,500 ราย การบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรม หรือโซนนิ่ง เพื่อปรับโครงสร้างการผลิตภาคเกษตรและเป็นประโยชน์ในการวางแผนการใช้พื้นที่การเกษตรที่มีอยู่ประมาณ 150 ล้านไร่ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด การขับเคลื่อนระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ ในจำนวน270 แปลง มีต้นแบบใน76 จ. การส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ จัดทำข้อตกลงความร่วมมือในเดือน ม.ค.59 ขยายไปสู่เกษตรกรกลุ่มอื่นทุกชุมชน โครงการธนาคารเกษตร เป็นนโยบายของรัฐบาลให้เกษตรกรนำผลผลิตมาแลกเปลี่ยนเป็นปัจจัยการผลิตที่มีราคาถูก
ทั้งนี้รัฐบาลได้กำหนดมาตรการทั้งระยะสั้น ระยะยาว เพื่อปฏิรูปภาคการเกษตร ตามแนวทางประชารัฐ โดยจัดสรรงบไปแล้วกว่า 70,000 ล้านบาท และวงเงินสินเชื่อเพื่อ การเกษตรดอกเบี้ยต่ำต่าง ๆ มากกว่า 100,000 ล้านบาท มุ่งเน้นการดำเนินการเป็นไปด้วยความโปร่งใส อย่างไรก็ตาม ปี 2559 ประเทศไทยเข้าสู่ ประชาคมอาเซียน การปฏิรูปภาคการเกษตรจึงต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจจากเกษตรกรด้วย