สมคิด ชี้แก้ไขโครงสร้างสำคัญกว่า ศก.


รองนายกรัฐมนตรี  เร่งปัญหาเชิงโครงสร้างในประเทศให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงในระยะข้างหน้า

        นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี  มั่นใจว่า อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ(GDP) ไตรมาส 4/58 จะเติบโตใกล้เคียงกับไตรมาส 3 ที่ผ่านมาที่เติบโตได้ 2.9% โดยมีแรงขับเคลื่อนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐเป็นสำคัญ อย่างไรก็ตามยืนยันว่า การเติบโตของเศรษฐกิจไม่ได้สำคัญมากไปกว่าการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างในประเทศให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงในระยะข้างหน้า

          ทั้งนี้ ในเรื่องของโครงสร้างการผลิตของประเทศเป็นเรื่องใหญ่มาก อุตสาหกรรมที่เคยรุ่งโรจน์ เทคโนโลยี มูลค่าเพิ่มสิ่งทอของไทยเริ่มด้อยลง สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ของไทยปัจจุบันการพัฒนาไม่เทียบเท่าอิเล็กทรอนิกส์ชั้นสูงที่ประเทศอื่นเป็น การปฏิรูปตรงนี้ทำให้กระทรวงอุตสาหกรรมจึงได้กำหนดอุตสาหกรรมเดิม และเพิ่มเติมอุตสาหกรรมใหม่ รวม 10 อุตสาหกรรม สำหรับแนวคิดการสร้างคลัสเตอร์นั้น เพื่อระดมสำนักวิจัย นักวิชาการ ผู้ประกอบการ และผู้ที่เกี่ยวข้องต่างๆ เพื่อมาช่วยสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ให้มีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น

          สำหรับสิ่งจำเป็น ต้องมีสิ่งแวดล้อมที่เอื้ออำนวย ต้องมีเทคโนโลยี ขณะนี้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาแล้ว ท่านนายกฯ จะลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารคลัสเตอร์ในช่วงสัปดาห์หน้า เพื่อเป็นคณะทำงานในการบริหาร 10 อุตสาหกรรมที่จะสร้างนวัตกรรมใหม่ๆให้กับประเทศในอนาคต

          สำหรับโครงสร้างพื้นฐานในอนาคตมีกระทรวงคมนาคมเป็นเจ้าภาพ โดยที่ผ่านมายอมรับว่ายังดำเนินการได้ช้า เพราะอยู่ช่วงการออกแบบ แต่ในปีหน้ายืนยันว่าจะมีโครงการที่เดินหน้ารวมทั้งสิ้น 14 โครงการ งานจะเริ่มเดิน เงินจะเริ่มลงสู่ระบบ ซึ่งขณะนี้มีในโครงการที่อยู่ใน PPP Fast Track รวม 5 โครงการ ซึ่งรัฐบาลกำลังเร่งรัดการลงทุนให้รวดเร็วที่สุด และเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญอีกเรื่องคือ Digital Economy ซึ่งจะเน้นการประยุคใช้ดิจิทัลในทุกมิติ โดย รมว.ไอซีที ระบุว่า จะมีบอร์ดแบนด์ใช้ทั่วประเทศในอีก 2 ปีข้างหน้า

          ทั้งนี้ในส่วนของการเดินหน้า E-Payment นั้น มั่นใจว่าปีหน้าจะได้เห็นอย่างแน่นอน และมั่นใจว่าอีก 7 ปีข้างหน้าจะเริ่มเข้าสู่งบประมาณสมดุล และจะดูแลหนี้สาธารณะไม่ให้เกิน 50% ของ GDP