“แจส โมบาย” ลุ้นลูกค้า 2จี เดิมย้ายค่าย เชื่อไม่ขาดทุน


“แจส โมบาย” ย้ำชัด ไม่ขาดทุน เผยลูกค้า 2 ล้านรายคืนทุนแล้ว หวังลูกค้า 2จี บน 900 เมกะเฮิร์ตซเดิมย้ายค่าย เดินหน้าติดตั้งอุปกรณ์-เช่าใช้โครงข่ายรัฐวิสาหกิจ

      นายพิชญ์ โพธารามิก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการ บมจ.จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล และในฐานะกรรมการ บ.แจส โมบาย บรอดแบนด์  กล่าวว่า จากที่ได้ตั้งเป้าลูกค้าไว้ที่ 2 ล้านรายในปีแรกนั้น ต้องย้ำให้ชัดเจนว่า 3BB มีลูกค้าปัจจุบันอยู่ประมาณ 2 ล้านครัวเรือน ซึ่งจากการสำรวจใน 1 ครัวเรือน จะมีการเชื่อมต่อถึง 5 อุปกรณ์ โดยเป็นการเชื่อมต่อผ่านอุปกรณ์โมบายถึง 60% หรือคิดเป็น 3 รายต่อ 1 ครัวเรือน ดังนั้นมั่นใจจะมีฐานลูกค้าเดิมที่สนใจในบริการของ แจส โมบายแน่นอน

นายพิชญ์ เผยด้วยว่า ขณะนี้มีลูกค้าถามถึงบริการโมบายพอสมควร รวมถึงองค์กรรัฐวิสาหกิจรายใหญ่ก็ติดต่อเข้ามา อีกทั้งกระแสในโซเชียลมีเดียเองก็มาแรง ซึ่งปัจจุบันการย้ายค่ายทำได้ค่อนข้างง่าย ยิ่งเป็นค่ายน้องใหม่ ความสนใจอยากลองก็มีสูง โดยในส่วนลูกค้า 2จี ที่อยู่บนคลื่น 900 เมกะเฮิร์ตซเดิมนั้น บริษัทก็หวังว่าลูกค้าที่อยู่ในส่วนนั้นจะให้โอกาสกับน้องใหม่

       ทั้งนี้ บริษัทได้ตั้งเป้าขยายโครงข่ายให้ครอบคลุมการเข้าถึงประชากร 90% โดยเบื้องต้นจะใช้วิธีเช่าใช้เสาสัญญาณจากหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ เพื่อให้การขยายโครงข่ายรวดเร็ว และบริษัทจะดำเนินการติดตั้งสถานีเพิ่มเติมเองด้วย ซึ่งจะเร่งขยายโครงข่าย 15,000 สถานีฐานภายในปี 2559 โดยสามารถติดตั้งได้อย่างน้อย 1,000 สถานีต่อเดือน ส่วนอุปกรณ์โครงข่ายนั้นได้รับการสนับสนุนจากบริษัท หัวเว่ย ในลักษณะของการผ่อนชำระ (Supplier Credit) ซึ่งเป็นพันธมิตรกันมานานตั้งแต่การทำอุปกรณ์ของ 3BB

          ส่วนในบริการด้านเสียงนั้นจะใช้วิธีการโรมมิ่งสัญญาณกับรัฐวิสาหกิจเช่นกัน ซึ่งหลังจากได้รับใบอนุญาตจากสำนักงาน คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เรียบร้อยแล้ว จะดำเนินการเปิดให้บริการทันที ในไตรมาสแรกของปี2559 ซึ่งเริ่มให้บริการในกทม.และหัวเมืองใหญ่ก่อน

นอกจากนี้ บ.แจส โมบาย บรอดแบรนด์ สามารถที่จะเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เพราะมีระเบียบกำหนดให้สาธารณูปโภคพื้นฐานที่เกี่ยวกับระบบโทรคมนาคม โดยจะให้ที่ปรึกษาทางการเงินศึกษารายละเอียดและดำเนินการให้เกิดความชัดเจนในการเข้าระดมทุน ซึ่งจะเพิ่มเงินจดทะเบียนจาก 350 ล้านบาท ในปัจจุบันเป็น 5,000 ล้านบาท คาดว่าจะเข้า ตลท.ได้ภายในกลางปีหน้า ส่วนเรื่องพันธมิตรจากต่างประเทศนั้นตอนนี้ยังคงคัดเลือกอยู่ เนื่องจากมีหลายบริษัทติดต่อมา แต่ยืนยันว่าจะมีรายเดียวเท่านั้นที่บริษัทจะเลือกเป็นพันธมิตรด้วย ซึ่งจะเข้ามาถือหุ้นได้ไม่เกิน 25%