สสว.ชี้แข่งขันอาเซียนสินค้าต้องแตกต่าง


สสว.แนะผู้ประกอบการไทย ในการแข่งขันอาเซียน สินค้าต้องแตกต่าง เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้าใหม่

 

       นางสาลินี วังตาล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)  เผยถึง ข้อเสนอแนะที่ได้จาก การวิจัย เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถพัฒนาศักยภาพให้พร้อมรับกับการเปิดเสรีทางการค้า ได้แก่ ควบคุมมาตรฐานการผลิต การตลาด และการบริการ เพื่อรักษาฐานลูกค้าเดิมและสร้างโอกาสทางการค้าใหม่ เมื่อเปิดการค้าเสรีอาเซียนเริ่มขึ้น การเพิ่มความหลากหลายของสินค้าใหม่ จะสร้างความแตกต่างให้กับองค์กร ซึ่งเป็นการสร้างโอกาสทางการค้าใหม่เมื่อเปิดการค้าเสรีอาเซียน รวมทั้งการพัฒนาทรัพยากรภายในองค์กรให้มีคุณภาพ ทั้งด้านบุคลากรและทรัพยากรอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มีความพร้อมและทันต่อกระแสการเปลี่ยนแปลง และสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้ ด้วยการแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ระหว่างกันในภาคธุรกิจ ตลอดจนการสร้างเครือข่ายภาคธุรกิจ เพื่อนำไปสู่การสร้างรากฐานที่เข้มแข็ง

          สำหรับ พื้นที่ภาคใต้ของไทย โดยเฉพาะการค้าชายแดนครอบคลุมพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ สงขลา นราธิวาส ยะลาและสตูล จากด่านการค้ารวม 9 แห่ง ในปี 2557 มีมูลค่าการค้าขายรวม 77,905 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นการส่งออกสินค้าของเอสเอ็มอีไทย ไปมาเลเซียมูลค่า 35,912 ล้านบาท

          โดยมี จ.สงขลาเป็นพื้นที่ที่มีความ สำคัญด้วยตัวเลขมูลค่าการค้าขายสูงที่สุดและเป็นที่ตั้งของด่านศุลกากรหลัก คือ ด่านสะเดาและปาดังเบซาร์ ซึ่งการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนอย่างเต็มรูปแบบ รวมถึง การเปิดเสรีทางการค้าจากการรวมกลุ่มเศรษฐกิจต่างๆ จึงเป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ในพื้นที่รวมถึงหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง ต้องรับกับโอกาสและอุปสรรคที่จะเกิดขึ้นนี้

          ทั้งนี้ในการช่วยเหลือเอสเอ็มอีเข้าสู่เออีซีนั้นทางสสว.ได้จัดทำโครงการเชื่อมโยงเครือข่ายผู้ให้บริการเอสเอ็มอีสู่อาเซียน โดยเป็นการพัฒนาศักยภาพผู้ให้บริการ SMEs ในเครือข่ายและประสานเครือข่ายไปยังประเทศอาเซียนเพื่อสามารถส่งต่อลูกค้าได้นอกจากนี้ ยังได้รวบรวมข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำหรับ SMEs เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการให้คำปรึกษาแก่ SMEs ด้านอาเซียนในประเด็นต่างๆ อาทิ ภาษี การส่งออก การธนาคาร และกฎระเบียบ โดยจัดตั้ง SME Service Desk เพิ่มเติมให้ครอบคลุมผู้ประกอบการ SMEs ในทุกภาค