ก.อุตฯ เพิ่มช่องทางการสื่อสารทางโซเชียลมีเดีย


ก.อุตสาหกรรม ปรับโฉมการให้บริการข้อมูลข่าวสารขานรับเศรษฐกิจดิจิทัลเพิ่มช่องสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดีย เร่งพัฒนาแอปฯต่างๆ ที่จะเปิดให้บริการในปีนี้

          นายอาทิตย์ วุฒิคะโร ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรมเป็นหน่วยงานหลักในการสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมไทยให้มีความสามารถในการแข่งขัน โดยมีพันธกิจในการกำหนดนโยบายและวางแผนการพัฒนาอุตสาหกรรม รวมถึงยุทธศาสตร์การเชื่อมโยงอุตสาหกรรมไทยสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เพื่อกระตุ้นระบบเศรษฐกิจให้มีการขยายตัวหลังจากก้าวสู่ AEC นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้กำหนดนโยบายในการส่งเสริมและวางรากฐานของเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) ของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมมีความก้าวหน้ารองรับการแข่งขันในตลาดโลก

           ล่าสุดกระทรวงอุตสาหกรรมได้เพิ่มช่องทางในการสื่อสารผ่านทางโซเชียลมีเดียภายใต้การดำเนินงานของสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมให้มีความทันสมัยทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วและรองรับการใช้งานของผู้ใช้กลุ่มต่างๆ ให้สามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร และบริการที่หน่วยงานต่างๆ ของกระทรวงฯ ซึ่งปัจจุบันโซเชียลมีเดียมีบทบาทและอิทธิพลต่อชีวิตประจำวันของประชาชนในสังคมเพิ่มมากขึ้นจากจำนวนผู้ใช้งานเฟซบุ๊กในประเทศไทยกว่า 35ล้านบัญชีซึ่งมากเป็นอันดับ 3 ของอาเซียน ดังนั้น กระทรวงอุตสาหกรรมจึงเปิดช่องทางการสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดียทั้ง 3 ช่องทาง คือwww.facebook.com/industryprmoi, www.twitter.com/industryprmoi และ www.youtube.com/industryprmoi

         นอกจากนี้ ทางกระทรวงอุตสาหกรรม อยู่ระหว่างการทดสอบโมบายแอปพลิเคชั่น เพื่อตอบสนองต่อพฤติกรรมของผู้ใช้ในปัจจุบันที่มีอุปกรณ์พกพา ทั้งสมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต ติดตัวตลอดเวลาทุกคน ซึ่งแอปพลิเคชั่นของกระทรวงอุตสาหกรรม จะทำหน้าที่เสมือนเว็บไซต์ฉบับพกพา ที่ผู้ใช้กลุ่มต่างๆ จะสามารถเข้าถึงข้อมูล สารสนเทศ และการบริการจากหน่วยงานต่างๆ ในกระทรวงฯ ได้สะดวกในทุกที่ ทุกเวลามากยิ่งขึ้น โดยคาดว่าโมบายแอปพลิเคชั่นของกระทรวงอุตสาหกรรม จะสามารถใช้งานได้ในต้นปีนี้ ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่จะมาเสริมทัพและผลักดันภาคอุตสาหกรรมของไทยให้พร้อมกับการแข่งขันบนเวทีเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

            อย่างไรก็ตาม กระทรวงอุตสาหกรรม เชื่อมั่นว่าการเพิ่มช่องทางการสื่อสารทางโซเชียลมีเดียในรูปลักษณ์ใหม่นี้ จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการ นักลงทุน และประชาชนอย่างมาก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างบรรยากาศการลงทุนให้ทั้งผู้ประกอบการ นักลงทุนและประชาชนได้รับทราบความเคลื่อนไหวต่างๆ ของกระทรวงฯ ที่นำไปสู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยไปตามแนวทางที่รัฐบาลกำหนดได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมยังสอดรับต่อยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลไทยอีกด้วย