กรมศุลฯ เล็งลดภาษีนำเข้าสินค้าฟุ่มเฟือย


กรมศุลกากร เตรียมนัดภาคเอกชนเดือนมกราคมนี้ ถกข้อเสนอขอลดภาษีนำเข้าสินค้าฟุ่มเฟือย

          นายกุลิศ สมบัติศิริ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า ในเดือนมกราคมนี้ กรมศุลกากรจะเป็นเจ้าภาพการประชุมร่วมกับภาคเอกชน เพื่อพิจารณาข้อเสนอเกี่ยวกับการปรับลดภาษีนำเข้าสินค้าฟุ่มเฟือย รวมถึงแนวทางการส่งเสริมให้มีร้านค้าปลอดอากร และจุดรับส่งสินค้าปลอดอากรให้มากขึ้น เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมการใช้จ่ายและการท่องเที่ยวของประเทศ ซึ่งในเรื่องของการปรับลดภาษีสินค้าฟุ่มเฟือยนั้น จะต้องพิจารณาข้อดีข้อเสียให้รอบคอบ โดยเฉพาะการปรับลดต้องไม่กระทบต่อผู้ประกอบการในประเทศ ดังนั้นจะต้องพิจารณาว่า มีสินค้าประเภทใดบ้าง เป็นสินค้าที่ไม่ได้ผลิตในประเทศ ก็มีแนวโน้มที่จะปรับลดภาษีให้ได้

          รวมทั้งต้องพิจารณาถึงอัตราภาษีสินค้าฟุ่มเฟือยของประเทศต่างๆ ด้วยว่า มีอัตราการจัดเก็บอยู่ในอัตราใด หากปรับลดจะมีผลกระทบในเชิงบวกและลบด้านใดบ้าง โดยปัจจุบันของไทยอัตราภาษีนำเข้าสินค้าฟุ่มเฟือยจัดเก็บอยู่ที่ 30% ของราคาสินค้าที่สำแดง ส่วนที่ผู้ประกอบการเสนอมา เราก็จะดูว่าจะช่วยเหลืออย่างไรได้บ้าง เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการ ส่งเสริมการใช้จ่ายและการท่องเที่ยว ก็จะนัดหารือกันในเดือนมกราคมนี้ เพื่อสรุปแนวทางและเสนอให้ปลัดกระทรวงการคลัง รวมถึงระดับนโยบายพิจารณา

           สำหรับการเพิ่มจำนวนร้านค้าปลอดอากร และจุดรับส่งสินค้าปลอดอากร หรือพิค อัพ เซ็นเตอร์นั้น กรมกำลังพิจารณาให้มีจำนวนเพิ่มขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยว ปัจจุบันมีร้านค้าปลอดอากรและพิค อัพ เซ็นเตอร์อยู่ประมาณ 10 แห่งทั่วประเทศเท่านั้น ถือว่า อาจจะยังไม่เพียงพอสำหรับการให้บริการแก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ

          ด้านนายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า ปัจจุบันมีร้านค้าที่ให้บริการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มประมาณ 7,000 ราย กรมต้องการให้เพิ่มเป็น 1 แสนราย โดยกระจายไปยังต่างจังหวัด เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวผ่านการอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวและยังส่งเสริมผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในประเทศแทนที่จะพิจารณาเรื่องการปรับลดภาษีสินค้าฟุ่มเฟือยให้ เพราะการปรับลดอัตราภาษีจะมีผลต่อราคาสินค้า ซึ่งเจ้าของแบรนด์สินค้าจะวางมาตรการเรื่องราคาอย่างไร หรือประเทศอื่นที่ขายสินค้าชนิดเดียวกันจะยอมหรือไม่