“คลัง” ห่วงแรงหนุนศก.ครึ่งปีแรกไม่พอ


คลังเล็งผุดมาตรการปั๊มเศรษฐกิจชุดใหม่ เน้นกลุ่มเกษตรกร-ผู้มีรายได้น้อย ชี้ครึ่งปีแรกแรงขับเคลื่อนไม่มากพอ

          นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้สั่งให้กระทรวงการคลังเร่งออกมาตรการชุดใหม่มาขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ขยายตัวได้ตามเป้าที่ตั้งไว้ 3.8% เนื่องจากเป็นห่วงว่าเศรษฐกิจจะชะลอจากปัญหาที่มีเข้ามาจำนวนมาก ทั้งเศรษฐกิจโลกผันผวน ราคาน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์ตกต่ำ ปัญหาความขัดแย้งระหว่างซาอุดีอาระเบีย และอิหร่าน รวมถึง ปัญหาเศรษฐกิจจีนที่ตลาดหุ้นมีความผันผวนอย่างมาก ล้วนแต่กระทบกับการเศรษฐกิจไทยทั้งนั้น

          สำหรับชุดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ จะดูแลผู้มีรายได้น้อย เกษตรกร เป็นหลัก โดยจะ ให้สถาบันการเงินอัดฉีดสินเชื่อ ผ่อนปรนการชำระหนี้ รวมถึงจะพยายามดึงเอกชนให้เข้ามา ช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย โดยให้แรงจูงใจลดหย่อน ภาษีและแรงจูงใจที่ไม่ใช่ภาษี เช่น การจ้างงานคนผู้สูงอายุที่เกษียณทำงานต่อ ก็อาจจะได้รับการลดหย่อนภาษีเพิ่ม เป็นต้น

           นายสมชัยกล่าวว่า นายสมคิดยังได้สั่งให้กรมธนารักษ์ไปดำเนินการโครงการขนาดใหญ่ที่มีผลขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้มากๆ ให้ออกมาดำเนินให้ได้ภายในปีนี้หลายๆ โครงการ ซึ่งกรมธนารักษ์อยู่ระหว่างการพิจารณา เช่น โครงการพัฒนาที่ดินที่มักกะสัน ที่จะมีการแลกกับการ ใช้หนี้ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.)

          สำหรับสิ่งที่น่าเป็นห่วงในขณะนี้ คือ เศรษฐกิจครึ่งปีแรกจะมีแรงขับเคลื่อนมากพอหรือไม่ ส่วนเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังคาดว่าจะขยายตัวได้ดีจากการลงทุนโครงการขนาดใหญ่จะมีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังเป็นจำนวนมาก

          อย่างไรก็ตาม จากการประเมินของกระทรวงการคลัง เศรษฐกิจไทยไตรมาสแรกของปีนี้ยังขยายตัวได้ในระดับดี เพราะยังมีผลของ มาตรการเร่งลงทุนโครงการขนาดเล็กไม่เกิน 1 ล้านบาท โครงการลงทุนตำบลละ 5 ล้านบาท มาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์จากที่ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เพิ่มวงเงินสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำอีก 1 หมื่นล้านบาท และมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอีก 5 หมื่นล้านบาท        

          ขณะที่การขยายตัวของเศรษฐกิจไตรมาสสองปีนี้ ก็จะต้องพิจารณาว่าจะหามาตรการกระตุ้นเข้าไปเสริมในช่วงไหน เพื่อให้มีแรงขับเคลื่อนต่อเนื่องไปถึงไตรมาสสามและสี่ ทำให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ตามเป้า ซึ่งในสภาพการณ์ที่เป็นอยู่ขณะนี้กระทรวงการคลังยังมั่นใจว่าเศรษฐกิจปีนี้ จะขยายตัวได้ 3.8% แต่ก็ต้องติดตามปัจจัย ผลกระทบต่างๆ อย่างใกล้ชิด เพื่อออกมาตรการ ระยะสั้น กลาง ยาว ออกมาดูแลเศรษฐกิจให้มีความเหมาะสม