นายกฯ เคาะ 1.9 ล้านกระตุ้นเอสเอ็มอี


นายกรัฐมนตรีเป็นประธานประชุมบอร์ดเอสเอ็มอี อนุมัติงบประมาณปี 2559 กว่า 1,977.645 ล้านบาท กระตุ้นเอสเอ็มอี

วันนี้ (8 ม.ค.59) เวลา 09.00 น. ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เฉพาะกิจ) ครั้งที่ 1/2559 โดยมีพล.อ. ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี นางอรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พลเอก วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และผู้เกี่ยวข้องร่วมการประชุม  

           โดย นางสาลินี วังตาล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ได้แถลงผลภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เฉพาะกิจ) มีมติเห็นชอบการจัดสรรเงินกองทุนของ สสว. จำนวน 1,977.645 ล้านบาท ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2558 เพื่อบูรณาการงานส่งเสริมเอสเอ็มอีของประเทศให้เติบโตได้ตามศักยภาพ โดยจัดสรรเงินกองทุนออกเป็น 6 ส่วน ประกอบด้วย

1. จัดสรรเงินกองทุน 437.17 ล้านบาท ให้กับ 3 กระทรวง เพื่อดำเนินงาน 9 โครงการ ดังนี้

 1) กระทรวงอุตสาหกรรม งบประมาณ 100 ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการยกระดับผลิตภัณฑ์เอสเอ็มอีสู่ตลาดโลก โครงการแปลงเครื่องจักรเป็นทุน และโครงการปรับเปลี่ยนเครื่องจักรสำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี

2) กระทรวงพาณิชย์ งบประมาณ 187.17 ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการสร้างนักการค้ามืออาชีพ โครงการกฎหมายหลักประกันทางธุรกิจ : สร้างโอกาส เอสเอ็มอีไทยเข้าถึงแหล่งเงินทุน และโครงการแฟรนไชส์ไทยสู่ตลาดโลก

3) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี งบประมาณ 150 ล้านบาท ประกอบด้วยโครงการสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมไทย (ITAP) , โครงการคูปองนวัตกรรมเพื่อพัฒนาเอสเอ็มอีสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ระยะต่อเนื่อง ,  โครงการสร้างผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยีนวัตกรรมใหม่ และ โครงการขับเคลื่อนผลงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์

2. จัดสรรเงินกองทุน 1,000 ล้านบาท ผ่านกองทุนพลิกฟื้นเอสเอ็มอี โดย สสว. จะคัดเลือกจากลูกค้า ซึ่งมีปัญหาในการจ่ายชำระหนี้ หรือเอสเอ็มอีที่เป็นนิติบุคคล ที่ส่งงบการเงินให้กับกระทรวงพาณิชย์อย่างสม่ำเสมอ ปรับปรุงทั้งในด้านการผลิต และการจำหน่าย และหากเอสเอ็มอีรายใด มีศักยภาพเพียงพอ สสว. จะประสานงานกับเจ้าหนี้เดิมเพื่อขอปรับปรุงโครงสร้างหนี้

3. จัดสรรเงินกองทุน 200 ล้านบาท ดำเนินโครงการพัฒนาผู้ประกอบการใหม่ (Start-up) โดยบูรณาการความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยราชมงคล 9 แห่ง ซึ่งมีศูนย์บ่มเพาะ 35 ศูนย์กระจายอยู่ทั่วประเทศในทุกสาขาอาชีพ เช่น เกษตรแปรรูป ออกแบบ งานด้านวิศวกรรม ฯลฯ

4. จัดสรรเงินกองทุน 200 ล้านบาท ดำเนินโครงการส่งเสริมเอสเอ็มอีที่ทำกิจการอยู่แล้วให้เติบโตได้ยิ่งขึ้น (เอสเอ็มอี Strong/Regular)

5. จัดสรรเงินกองทุน 40.475 ล้านบาท ดำเนินโครงการจัดตั้งศูนย์ให้บริการครบ เพิ่มอีก 20แห่ง รวมเป็น 31 แห่ง ให้คำปรึกษาแนะนำด้านธุรกิจแก่เอสเอ็มอี เป็นตัวกลางประสานระหว่างเอสเอ็มอีกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน

6. จัดสรรเงินกองทุน 100 ล้านบาท ดำเนินโครงการประชารัฐเพื่อวิสาหกิจชุมชน จัดตั้งร้านค้าประชารัฐ จำนวน 148 แห่งทั่วประเทศ เพื่อสนับสนุนผู้ผลิตสินค้า OTOP และวิสาหกิจชุมชนให้มีที่ขายสินค้าถาวร

          พร้อมกันนี้ ที่ประชุมยังมีมติเห็นชอบแต่งตั้งคณะอนุกรรมการบริหารสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เพื่อให้การปฏิบัติงานของ สสว. เป็นไปด้วยความคล่องตัว โดยมีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานอนุกรรมการบริหาร