ชาวสวนยางพอใจ ครม.รับซื้อยาง 1 แสนตัน


ชาวสวนยางพอใจ หลังรัฐบาลรับซื้อยางจากเกษตรกรโดยตรง 1 แสนตัน เชื่ออีก 30 วัน ราคาพุ่งถึง 60บาท/กก.

         พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการให้ 8 กระทรวงรับซื้อยางพาราเพื่อแก้ปัญหาราคายางตกต่ำว่า รัฐจะรับซื้อยางประเภทยางดิบ ยางแผ่น ยางก้อนถ้วย ยางแผ่นรมควัน ประมาณ 1 แสนตัน จากเกษตรกรโดยตรงไม่ผ่านสหกรณ์ และจะซื้อในราคาที่สูงกว่าท้องตลาดเพื่อให้เกษตรกรอยู่ได้จนกว่าจะถึงวันปิดกรีด จากนั้นจะส่งโรงงานแปรรูปยางไปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ โดยที่รัฐจะไม่เก็บค่ายาง     

          โดยให้สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ทำบัญชีว่าสามารถผลิตอะไรได้บ้าง เมื่อผลิตเสร็จแล้ว เช่น หมอน ที่นอน ยางรถยนต์ ถุงมือยาง ก็จะให้หน่วยงานรัฐซื้อไปใช้ เป็นการใช้งบมาอุดหนุนเหมือนอัฐยายซื้อขนมยาย ไม่ใช่ไปอุดหนุนราคายางหรือรับซื้อยางแล้ว 3 แสนตันมาเก็บไว้โดยไม่ได้ทำอะไร

           ด้านนายบุญส่ง นับทอง นายกสมาคมสหพันธ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ทางกลุ่มพอใจกับมติคณะรัฐมนตรีที่ให้รับซื้อยางดิบและยางแผ่นจากเกษตรกรปริมาณรวม ราว 1 แสนตัน ซึ่งตรงกับมติของทางสมาคมสหพันธ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย ที่เสนอให้รัฐผลักดันราคาขึ้นไปให้มากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน และถ้ามีการกระจายยางออกไป 1 เสนตัน จะทำให้ราคายางพาราคาในภาพรวมขยับอย่างแน่นอน ซึ่งเชื่อว่าภายในเวลา 30 วัน นับจากนี้ น่าจะได้เห็นราคายางอยู่ที่ 60 บาทต่อกิโลกรัม แน่นอน อย่างไรก็ตาม อยากให้ทางรัฐบาลช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ราคามีเสถียรภาพอย่างแท้จริง

         ส่วนเกษตรกรผู้ปลูกยางพาราบ้านน้อยอุบล จ.บุรีรัมย์ ไม่พอใจมติ ครม.ที่มีแนวทางในการแก้ไขปัญหาราคายางพาราตกต่ำ โดยการรับซื้อยางของเกษตรกรโดยตรงในราคาสูงกว่าท้องตลาด แต่กลับไม่กำหนดราคาให้ชัดเจน จึงมองว่าเป็นเพียงการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าหรือยื้อเวลาเพื่อไม่ให้เกษตรกรออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องหรือชุมชนกดดันรัฐบาลเท่านั้น  หากรัฐบาลจริงใจในการแก้ไขปัญหา ควรจะกำหนดราคารับซื้อที่ชัดเจน

         ดังนั้นแนวทางการช่วยเหลือในระยะสั้นควรจะกำหนดราคารับซื้อให้ชัดเจน ให้อยู่ในจุดที่เหมาะสมส่วนในระยะยาว ก็ควรจะวางแผนการซื้อขายอย่างเป็นระบบ ไม่ควรให้ยางค้างสต็อกมากจนเกินไป และควรหาตลาดส่งออกให้กว้างมากขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาราคายางพาราตกต่ำซ้ำอีก