เจ้ากระทรวงพาณิชย์ นำทีมลุยขุดทองอิหร่าน


          นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า ในปีนี้รัฐบาลตั้งเป้าให้ภาคการส่งออกไทยขยายตัวร้อยละ 5 ท่ามกลางปัจจัยลบจากเศรษฐกิจโลกที่อยู่ในภาวะชะลอตัว สะท้อนได้จากคาดการณ์ของธนาคารโลกที่ประเมินว่าเศรษฐกิจโลกปีนี้จะเติบโตได้เพียงร้อยละ 2.8-2.9 และเป็นการเติบโตแบบกระจุกตัว

          ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยจึงจำเป็นต้องบุกตลาดการค้าใหม่ๆ ที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะกลุ่ม CLMV และอิหร่าน ที่ในสัปดาห์หน้าตนเองและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เตรียมนำภาคเอกชน 50-60 รายไปเจรจาการค้าการลงทุน เนื่องจากอิหร่านยังมีความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภค ทั้งข้าว และน้ำตาล รวมถึงสินค้าอุตสาหกรรมหนักอีกเป็นจำนวนมาก

       นอกจากนี้ผู้ประกอบการไทยต้องปรับบทบาทอย่างเร่งด่วน โดยเปลี่ยนจากการเป็นผู้รับจ้างผลิต หรือ OEM มาเป็นผู้ผลิตสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่ม และมีตราสินค้าซึ่งเป็นที่ยอมรับ ขณะที่ภาครัฐจะช่วยผลักดันให้กลุ่มเอสเอ็มอีมีโอกาสจัดงานแสดงสินค้าและจับคู่ทางธุรกิจในต่างประเทศมากขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการสร้างความเข้มแข็งจากภายในประเทศ

       ขณะเดียวกันก็ไม่ทิ้งการเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลก ซึ่งหากสามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมาย จะช่วยให้มูลค่าการค้าระหว่างไทย-อิหร่าน เพิ่มขึ้นเป็น 1,000-1,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายใน 1-2 ปี และ 3,000-5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายใน 4-5 ปี จากปัจจุบันอยู่ที่ 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ       

       ทั้งนี้รัฐบาลอิหร่านยังต้องการให้ผู้ประกอบการไทยเข้าไปร่วมทุนในธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรม ซึ่งไทยมีศักยภาพสูง เนื่องจากตลาดท่องเที่ยวของอิหร่านเริ่มจะขยายตัว จากการถูกปลดล็อกมาตรการคว่ำบาตร โดยอิหร่านยินดีที่จะช่วยเหลือไทยเรื่องพลังงาน ทั้งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน