ก.แรงงานผุดหลายโครงการฝึกแรงงานไทยทุกกลุ่มรับ AEC


 

ม.ล.ปุณฑริก สมิติ ปลัดกระทรวงแรงงาน กระทรวงแรงงาน กล่าวว่า นโยบายของรัฐบาลหลังจากนี้ต้องการพัฒนาแรงงานให้รับกับยุคดิจิตอล รวมถึงพัฒนาผู้ประกอบการแบบคลัสเตอร์ในเขตเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งนโยบายของกระทรวงแรงงานเองจะพัฒนาแรงงานเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลง ทั้งด้านเศรษฐกิจ ที่รัฐทำเองอาจเกิดผลน้อยกว่าเอกชน จึงเปลี่ยนวิธีเป็นมอบสิทธิประโยชน์ทางภาษีให้กับผู้ประกอบการที่สนใจนำแรงงานของตนมาเพิ่มทักษะฝีมือทั้งด้านภาษา ลอจิสติกส์และไอที โดยจะใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีประมาณ 1.1ล้านคน โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์  

 

นอกจากนี้กระทรวงแรงงานยังมีอีกหลายโครงการที่เป็นประโยชน์ทั้งกับผู้ประกอบการและแรงงานเอง เช่น โครงการเพิ่มประสิทธิภาพแรงงานสำหรับเอสเอ็มอี เพื่อให้แรงงานมีความสามารถทักษะที่หลากหลายมากขึ้น คิดวิเคราะห์ลดต้นทุนจัดขั้นตอนการผลิตให้ลดลง ก็จะทำให้เอสเอ็มอีเพิ่มผลิตภาพได้ ซึ่งทางกระทรวงก็มีกองทุนให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีกู้ยืมเพื่อพัฒนาแรงงานของตนเองด้วย ถัดมายังมีศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงาน ด้านอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น ซัพพลายเชนชิ้นส่วนอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ต้องพัฒนาสินค้าตนเองมากขึ้น ทางกระทรวงจึงได้ตั้งสถาบันพัฒนาชิ้นส่วนยานยนต์ขึ้นมาเพื่อจุดประสงค์ดังกล่าว

 

ส่วนแรงงานที่เกี่ยวข้องกับการดูแลผู้สูงอายุมีสูงมากโดยเฉพาะแรงงานไทยที่จะเดินทางไปดูแลผู้สูงอายุในต่างประเทศ แต่ติดเงื่อนไขเข้าประเทศแต่ละประเทศอยู่ แรงงานส่วนนี้จึงควรพัฒนาด้านภาษาไว้ โดยเข้ามาขออบรมกับกระทรวงได้ ต่อมาคือธุรกิจสปาไทย ก็เป็นธุรกิจเด่นของไทยและเป็นอาชีพที่รองรับแรงงานที่ต้องการออกมาเปิดกิจการของตนเอง นอกจากนี้ยังมีธุรกิจอาหารไทย ธุรกิจที่ต้องการใช้เทคโนโลยีอิเลคทรอนิคส์สมัยใหม่แล้วต้องพัฒนาคนเพื่อรองรับเทคโนโลยีดังกล่าว รวมถึงการฝึกคนรองรับคลัสเตอร์สำหรับเขตเศรษฐกิจพิเศษ ผู้ประกอบการและแรงงานเหล่านี้สามารถมาขอคำปรึกษาเพื่อร่วมโครงการดีๆกับทางกระทรวงแรงงานได้ นอกจากนี้ กระทรวงแรงงานก็ยังมี MOU ร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อพัฒนาแรงงานรองรับการลงทุนอันจะเป็นโอกาสให้เอสเอ็มอีที่มีความพร้อมต่อไปด้วย