เชื่อ”ไทยไรซ์”แก้จนได้จริง???


        นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เผยภายหลังการประชุมร่วมกับผู้ส่งออกข้าวเพื่อผลิตและพัฒนาข้าวตามความต้องการของตลาด ว่า ทางกระทรวงฯ จะเน้นการปฏิรูปและพิจารณาจากอุปสงค์ของตลาดโลก รวมถึงตลาดภายในประเทศว่าต้องการอะไร แล้วจึงค่อยกำหนดว่าจะผลิตอะไร เนื่องจากข้าวมีศักยภาพสูง เช่น น้ำมันรำข้าวสามารถแทนน้ำมันมะกอกได้ และมีจุดเด่นคือ กลูเทนฟรี รวมถึงข้าวไรซ์เบอรี่ แม้ว่าตลาดในส่วนนี้จะเล็ก แต่มีการเติบโตค่อนข้างมาก ซึ่งกระทรวงฯ จะขยายผลให้เป็นจุดเด่นของข้าวที่สามารถจะทดแทนข้าวสาลีได้ และกระทรวงฯ จะปรับจากการเป็นผู้กำหนดกฎเกณฑ์มาเป็นการเอื้อให้เกิดการค้าการขาย โดยจะเริ่มจากสินค้าและนวัตกรรมที่มาจากข้าว

         สำหรับด้านผู้ประกอบการได้เสนอให้สร้างแบรนด์ไทยไรซ์ (Thai Rice) เพื่อสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักและเป็นการเพิ่มคุณค่า การตั้งไรซ์บอร์ด (Rice Board) เพื่อประชุมหารือ โดยการตั้งสถาบันพาณิชย์ของข้าวในองค์รวม กระทั่งการสร้างมูลค่าสินค้าส่วนเพิ่มในรูปแบบสินค้าต่างๆ ซึ่งตรงกับส่วนที่กระทรวงฯเคยเสนอไปแล้ว และปัญหาที่พบจากการหารือ คือที่ผ่านมาไม่สามารถต่อยอดจนไปถึงการเกิดผลในเชิงพาณิชย์ ซึ่งเป็นบทบาทสำคัญของกระทรวงฯ ในการรับลูกต่อว่าจะทำอย่างไรให้เกิดผล ดังนั้น ข้อสรุปการประชุมเพื่อจะแก้ปัญหาข้าวในเชิงโครงสร้างเชิงระบบ ซึ่งตรงกับนโยบายของรัฐบาลที่เน้นเศรษฐกิจฐานรากให้แข็งแรง การแก้ปัญหาสินค้าเกษตรตกต่ำ การแก้ปัญหาระยะยาว โดยการให้เกษตรกรเป็นผู้ประกอบการเพื่อความกินดีอยู่ดีของภาคประชาชน ซึ่งจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างสิ้นเชิงอย่างน้อยในอีก 3-5 ปีข้างหน้า