4 ประเด็นกับ 5 เปอร์เซ็นต์ ฝันชาวส่งออกจะเป็นจริง?????


      นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี มอบนโยบายการปฏิบัติงานให้แก่ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ(ทูตพาณิชย์) โดยมอบ 4 ยุทธศาสตร์ในการทำงานเพื่อผลักดันการส่งออกให้สามารถขยายตัว 5 % ตามเป้าหมาย ได้แก่ 1. เน้นการเจาะตลาด โดยให้ทูตพาณิชย์ประเมินศักย์ภาพของแต่ละประเทศว่าประเทศใดมีกำลังซื้อทีสูง และเข้าไปทำข้อมูลเจาะเชิงลึก เช่น ตลาดจีน ที่การส่งออกลดลงเพียงร้อยละ 2 ซึ่งจีนยังมีความแข็งแรง และมีความต้องการที่จะซื้อสินค้าจากไทย โดยกระทรวงพาณิชย์ ต้องเพิ่มบุคลากร ท้องถิ่น เพื่อทำงานเชิงรุก โดยตลาดที่เห็นว่ามีอนาคต เหมาะกับการทำตลาดอีกประเทศ คือ ญี่ปุ่น ซึ่งยังมีกำลังซื้อตลาด CLMV และตลาดอินเดีย โดยจะใช้โอกาสนี้ พัฒนาตลาด พลิกวิกฤติรับโอกาสที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

ขณะที่ยุทธศาสตร์ที่ 2 การเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้า โดยการมีเอาท์เล็ทเพื่อนำสินค้าของไทยไปขายยังต่างประเทศ ซึ่งสินค้าของไทยยังเป็นต้องการของตลาดในต่างประเทศโดยเฉพาะประเภทอาหาร เครื่องดื่มและบริการ แต่ไทยยังขาดในเรื่องของการมีเอาท์เล็ทในการนำสินค้าไทยไปวางขาย ซึ่งที่มีอยู่เป็นเพียงร้านๆเล็กไม่โดดเด่น เรียกได้ว่าอยู่ในมุมมืดเมื่อเทียบกับสินค้าประเทศอื่น มีที่เอาท์เล็ทขนาดใหญ่ในการนำสินค้าของประเทศตนเองเข้าไปวางขาย

3. ด้านอีคอมเมริซ์ โดยให้กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงไอซีที ทำงานร่วมกันเพื่อผลักดันให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ด้วยการตั้งเว็บไซด์กลางในการกระจายสินค้าให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรูปแบบคล้ายกับของอาลีบาบา รวมถึงการผลักดันให้สินค้าชุมชนสามารถเข้าไปค้าขายในตลาดออนไลน์เพื่อเพิ่มช่องทางในการขยายตลาดของสินค้าชุมชนให้สามารถไปค้าขายต่างประเทศ

4. การผลักดันให้เกิดโครงการ “เกษตรกรไทยไปสู่โลก” เพื่อเป็นการแก้ปัญหาราคาสินค้าการเกษตรของไทย โดยให้กระทรวงพาณิชย์ คิดแผนในการเชื่อมโยงแหล่งผลิตพืชผลทางการเกษรตรของชาวบ้าน ให้สามารถมีช่องทางในการส่งสินค้าเกษตรไปค้าขายยังต่างประเทศ โดยที่ไม่ต้องผ่านคนกลาง เพื่อให้สอดรับการทำงานตามนโยบายของทางรัฐบาลที่ได้มอบหมายให้ทางธกส.และออมสินผลักดันให้เกิด 1 ตำบล 1 เอสเอ็มอีเกษตรกร ทั้งนี้นโยบายทั้งหมดที่มอบให้ต้องเห็นผลเป็นรูปธรรมใน 3 เดือน