รายการข่าวเที่ยงวันทันกระแส รายงานว่า นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังเตรียมจะนำเสนอมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ประกอบการเอสเอ็มอีขนาดเล็กหรือไมโครเอสเอ็มอีของธ.ก.ส. ให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณาในสัปดาห์นี้ โดยส่วนใหญ่เป็นมาตรการการบรรเทาผลกระทบจาก ปัญหาภัยแล้งที่ไม่สามารถเพาะปลูกพืชได้ตามปกติ
นอกจากนั้น รายงานข่าวระบุว่า ธ.ก.ส. ประเมินสถานการณ์ภัยแล้งในปี 2559 จากข้อมูลของกรมชลประทานและศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านเกษตร ณ วันที่ 30 ก.ย.2558 พบว่า มีจังหวัดที่ประสบภัยแล้ง 37 จังหวัด เกิดความเสียหาย ต่อผลผลผลิตทางการเกษตรและเกษตรกร 1.93 ล้านคน รวมพื้นที่ 42.98 ล้านไร่ ในจำนวนนี้เป็นลูกค้าของ ธกส.ประมาณ 1 ล้านครัวเรือน สมาชิกสหกรณ์การเกษตรกรอีก 2.3 พันแห่ง
ในจำนวนนี้เป็นพื้นที่ที่ประสบปัญหารุนแรง 26 จังหวัดในแถบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาและลุ่มแม่น้ำแม่กลอง เป็นพื้นที่งดการเพาะปลูก รวม 10.7 ล้านไร่ มีเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจำนวน 4.76 แสนราย ตามนโยบายรัฐบาลต้องการให้มีการปรับโครงสร้างการผลิตภาคเกษตรเพื่อ ลดผลกระทบระยะยาว โดยมอบหมายให้ธ.ก.ส. หามาตรการจูงใจ
ขณะที่ศูนย์วิจัย ธกส.ได้ศึกษาความต้องการของชาวนา พบว่าส่วนใหญ่ต้องการอาชีพเสริม ทั้งในภาคเกษตรและนอกภาคเกษตร รวมถึงต้องการปรับเปลี่ยนการผลิตในช่วงฤดูแล้ง ต้องการให้สนับสนุนด้านการตลาดรองรับอาชีพเสริมดังกล่าวด้วย ธนาคารจึงมีแนวคิดส่งเสริมการทำเกษตรแนวใหม่แบบผสมผสานเพื่อความหลากหลาย มีการกระจายความเสี่ยงผ่านระบบรับจ้างการผลิตหรือคอนแทรคฟาร์มมิ่ง ซึ่งจะทำให้เกษตรไม่ต้องเป็นหนี้เพิ่ม
ที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) ธนาคารจึงมีมติเมื่อวันที่ 19 ม.ค. เห็นชอบให้ธนาคารทำโครงการช่วยเหลือเกษตร 3 โครงการ รวมวงเงิน 9.3 หมื่นล้านบาทประกอบด้วย 1. โครงการสินเชื่อ 1 ตำบล 1 เอสเอ็มอีเกษตร วงเงิน 7.2 หมื่นล้านบาท เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการภาคเกษตรมี ความเข้มแข็ง สนับสนุนให้ผู้ประกอบการปรับตัวเป็นผู้ประกอบการ มีการใช้นวัตกรรม เทคโนโลยี เพิ่มประสิทธิภาพ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเกษตร กำหนดวงเงินต่อรายไม่เกิน 20 ล้านบาท คิดอัตราดอกเบี้ย 4%เท่ากับอัตราดอกเบี้ยมาตรการช่วยเหลือเอสเอ็มอีหรือซอฟท์โลน เป็นเวลา 7 ปี โดยจะเริ่มให้เงินกู้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.2559-31 มี.ค.2560
2. โครงการ สินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉินของเกษตรที่ประสบปัญหาภัยแล้งในปี 2558/2559 วงเงินรวม 6 พันล้านบาท ระยะเวลาคืนเงินกู้ 1 ปี กำหนดวงเงินกู้ต่อรายไม่เกิน 1.2 หมื่นบาท อัตราดอกเบี้ย 0%
3. เป็นการให้สินเชื่อกับชุมชน ปรับเปลี่ยนการผลิตสู้วิกฤติภัยแล้ง เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่ภัยแล้ง 26 จังหวัดลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาและลุ่มแม่น้ำแม่กลอง ในกลุ่ม ที่ได้รับผลกระทบหนัก ให้มีอาชีพและรายได้ วงเงิน 1.5 หมื่นล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการ 3 ปี ปล่อยกู้ชุมชนไม่เกิน 3 ล้านบาท ระยะเวลาคืนเงิน 1 ปี คิดอัตราดอกเบี้ย 0.01% โดยที่รัฐบาลจะชดเชยอัตราดอกเบี้ยให้ธนาคาร คาดว่าจะมีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการประมาณ 1 แสนราย และเกษตรกรมีรายได้เสริมในช่วงภัยแล้งประมาณรายละ 3.5 พันล้านบาท ถึง 1.5 หมื่นบาทต่อไร่ต่อรอบการผลิต
ติดตามรายการเที่ยงวันทันกระแสได้ทาง ทรูวิชั่น ช่อง 49,570 และทาง http://www.smartsme.tv/