นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุมเพื่อแก้ไขปัญหากรณีสายการบินนกแอร์ได้ยกเลิกเที่ยวบินจำนวน 9 เที่ยวบิน เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2559 ทำให้มีผู้โดยสารได้รับผลกระทบประมาณ 1,477 คน โดยมี นายธีระพงษ์ รอดประเสริฐ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงคมนาคม นายชาติชาย ทิพย์สุนาวี ปลัดกระทรวงคมนาคม นายดรุณ แสงฉาย รองปลัดกระทรวงคมนาคม นายวรเดช หาญประเสริฐ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม นางอัมพวัน วรรณโก รองอธิบดีกรมท่าอากาศยาน รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ผู้บริหารสายการบิน ที่ทำการบินระหว่างประเทศและในประเทศ เข้าร่วมการประชุม เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 15.00 น. ณ ห้องประชุมกระทรวงคมนาคม
นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ กล่าวภายหลังการประชุมว่า กระทรวงคมนาคมได้กำหนดนโยบายการดำเนินธุรกิจสายการบิน เพื่อแก้ไขปัญหาการยกเลิกเที่ยวบิน สรุปดังนี้
1. ผู้ประกอบการสายการบินทุกราย จะต้องจัดทำแผนฉุกเฉินและแผนบริหารความเสี่ยง โดยมี ผู้บัญชาการเหตุการณ์ที่มีอำนาจตัดสินใจได้ทั้งสถานีต้นทางและปลายทาง และให้ระบุความร่วมมือกับสายการบินอื่น ๆ ที่จะให้ความช่วยเหลือในกรณีไม่สามารถให้บริการการบิน โดยส่งให้กระทรวงคมนาคมภายในเวลา 1 เดือน ซึ่งแผนทั้งสองดังกล่าว สำนักงานการบินพลเรือน (กพท.) จะใช้สำหรับควบคุมและติดตามการปฏิบัติของสายการบินนั้น ๆ
2. ผู้ประกอบการสายการบินทุกราย จะต้องเชื่อมต่อระบบคอมพิวเตอร์กับ กพท. เพื่อให้ กทพ. ทราบความเคลื่อนไหว กรณีสายการบินเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกเที่ยวบิน
3. ผู้ประกอบการสายการบินทุกราย จะต้องดำเนินการตามประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่อง การคุ้มครองสิทธิของผู้โดยสารที่ใช้บริการสายการบินของไทยในเส้นทางบินประจำภายในประเทศ พ.ศ. 2553 ข้อ 5 การยกเลิกเที่ยวบินหรือการปฏิเสธการขนส่ง ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้
– เสนอให้ผู้โดยสารเลือกระหว่างรับเงินค่าโดยสารและค่าธรรมเนียมที่ได้ถูกเรียกเก็บคืนเต็มตามจำนวนที่จ่ายไป หรือเปลี่ยนแปลงเที่ยวบินตามความต้องการของผู้โดยสาร โดยสารการบินต้องไม่คิดค่าใช้จ่าย และชำระเงินส่วนต่างให้ หรือจัดให้มีการเดินทางโดยการขนส่งทางอื่น
– ให้การดูแลผู้โดยสาร โดยจัดอาหารและเครื่องดื่ม อุปกรณ์การสื่อสาร จัดที่พักแรมให้ตั้งแต่ 1 คืนขึ้นไป ตามความเหมาะสม
– ชำระเงินค่าชดเชยเป็นเงินสดจำนวน 1,200 บาท แก่ผู้โดยสารทันทีก่อนที่ผู้โดยสารจะออกเดินทาง เว้นแต่สายการบินพิสูจน์ได้ว่า
1) ได้แจ้งข่าวการยกเลิกเที่ยวบินให้ผู้โดยสารทราบก่อนกำหนดเวลาเดินทางไม่น้อยกว่า 3 วัน หรือ
2) ได้แจ้งข่าวยกเลิกเที่ยวบินให้ผู้โดยสารทราบก่อนกำหนดเวลาเดินทางไม่ถึง 3 วัน ในกรณีที่เที่ยวบินใหม่ที่เปลี่ยนแปลง ออกเดินทางก่อนหรือหลังเวลาเดิมไม่เกิน 3 ชั่วโมง หรือ
3) การยกเลิกเที่ยวบินเกิดจากเหตุสุดวิสัย อยู่นอกเหนือการควบคุมของสายการบิน ตลอดจนการนัดหยุดงานหรือการกระทำใด ๆ ของพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานอื่นที่มีผลต่อการปฏิบัติการบิน
โดย กทพ. จะแจ้งให้สายการบินดำเนินการตามประกาศฯ ดังกล่าว อย่างเคร่งครัดต่อไป
4) เมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินขึ้น ขอให้ผู้บริหารของสายการบินที่มีอำนาจตัดสินใจ ชี้แจงข้อเท็จจริง ทำความเข้าใจกับผู้โดยสาร เพื่อลดระดับความตึงเครียดของสถานการณ์ และป้องกันการเกิดปัญหาอื่น ๆ ในภายหลัง
5) กรณีผู้ประกอบการสายการบินที่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการค้าขายในการเดินอากาศ ไม่สามารถดำเนินกิจการไปได้ด้วยดี หรือฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขประกอบใบอนุญาต กระทรวงฯ อาจพิจารณาเพิกถอนหรือพักใบอนุญาตฯ ได้ ซึ่งถือเป็นโทษทางปกครอง สำหรับโทษทางอาญา ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท และในกรณีที่เป็นความผิดต่อเนื่องกัน ให้ปรับอีกวันละ 1,000 บาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่
นอกจากนี้ นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ ได้ให้สายการบินนกแอร์ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการยกเลิกเที่ยวบินที่เกิดขึ้น และส่งให้ กพท. พิจารณาภายใน 3 วันทำการ
ขอบคุณรูปจาก http://suvarnabhumiairport.com/