ลางร้าย!!”อุตสาหกรรมไทย”ดิ่งลงเหวหนักสุด


รายการเที่ยงวันทันกระแส รายงานว่า นายศิริรุจ จุลกะรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า ดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม (เอ็มพีไอ) เดือนม.ค.2559 กลับมาหดตัว 3.3% อยู่ที่ระดับ 107.51 เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ระดับ 111.18 แต่ถือว่าเพิ่มขึ้น 2.25% เทียบกับ 2 เดือนที่ผ่านมามีค่าเป็นบวกติดต่อกัน ซึ่งเป็นการหดตัวต่ำสุดในรอบ 14 เดือน เทียบกับเดือนพ.ย.2557 ที่หดตัวต่ำสุด 5.58% ส่วนกำลังการผลิตอยู่ที่ 63.93%

          ทั้งนี้ เป็นผลจากภาพรวมอุตสาหกรรมรถยนต์มีการผลิต ลดลง 11.69% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้การส่งออกเติบโต 1.38% แต่ยอดจำหน่ายรถยนต์ในประเทศในเดือนม.ค.ที่ผ่านมา มี 51,821 คัน ลดลง 13.23% คาดไตรมาส 1/2559 กำลังการผลิตรวมเติบโต 3.53% ซึ่งเป็นการขยายตัวจากยอดจำหน่ายรถยนต์ในประเทศที่น่าจะกลับมาเติบโต 9.72% อยู่ที่ 405,000 คัน ขณะที่ตลาดส่งออกคาดลดลง 2.36%

          นอกจากนี้ อุตสาหกรรมเหล็กและเหล็กกล้า ยังได้รับผลกระทบจากเหล็กสำเร็จรูปราคาถูกที่นำเข้าจากจีน และความต้องการใช้ในอุตสาหกรรมที่ชะลอลงตามภาวะเศรษฐกิจ โดยการบริโภคเหล็กของไทยในเดือนม.ค.ลดลง 10.05% ประกอบกับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ปรับตัวลดลง 13.55% ตามความต้องการคอมพิวเตอร์และโน๊ตบุ๊คในตลาดโลกลดลง อีกทั้งอุตสาหกรรมอาหารยังลดลง 8.2% จาการผลิตสินค้าประมงที่คาดไตรมาส 1/2559 จะหดตัว 10-15% และการผลิตน้ำตาลที่คาดขยายตัวเพียง 0-3%

         ทั้งนี้สศอ.มองว่าเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เอ็มพีไอหดตัว เพราะไทยเป็นประเทศที่พึ่งพาการส่งออกเป็นรายได้หลัก เมื่อเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ความต้องการสินค้าจากต่างประเทศลดลงทั้งเศรษฐกิจสหรัฐ ยุโรป จีน และญี่ปุ่นก็ติดลบ ราคาน้ำมันและราคาผลผลิตสินค้าเกษตรตกต่ำ การส่งออกของไทยก็ได้รับผลกระทบตามไปด้วย โดยเฉพาะในระยะยาวอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งเปลี่ยนไปตามพฤติกรรมของคนที่หันไปใช้สมาร์ทโฟนมากกว่าคอมพิวเตอร์ ซึ่งผู้ประกอบการต้องปรับเปลี่ยนและพัฒนาการผลิตให้ทันสมัยตรงความต้องการตลาดมากขึ้น

ติดตามรายการเที่ยงวันทันกระแสได้ทาง ทรูวิชั่น ช่อง 49,570 และทาง http://www.smartsme.tv/