กรมศุลฯ จับบุหรี่เลี่ยงภาษีล็อตใหญ่กว่า 88 ล้านบาท


ตามที่กรมศุลกากรได้มุ่งเน้นนโยบายสำคัญในการเร่งรัดปราบปรามสินค้าลักลอบ หลีกเลี่ยงอากร ข้อห้าม ข้อกำกัด เพื่อความเป็นธรรมในการจัดเก็บภาษี ปกป้องสังคม และสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะบุหรี่ต่างประเทศ ทั้งในพื้นที่ทางบกและทางทะเล อธิบดีกรมศุลกากร จึงได้สั่งการให้นายจำเริญ โพธิยอด รักษาการที่ปรึกษาด้านการพัฒนาและบริหารจัดเก็บภาษี และนายวรวุฒิ วิบูลย์ศิริชัย ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและปราบปราม เข้มงวดเป็นพิเศษในการสกัดกั้นป้องกันและปราบปราม

 ขณะที่ เมื่อวันที่ 17 มีนาคม ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษกรมศุลกากร ได้จัดชุดสกัดกั้นขบวนการลักลอบขนบุหรี่เถื่อนจากมาเลเซียเข้ามาในราชอาณาจักรไทย ทางทะเลด้านอันดามัน บริเวณจังหวัดสตูล โดยแฝงตัวเข้าพื้นที่เฝ้าสังเกตการณ์ กระทั่งเวลาประมาณ 21.20 น. ได้พบเห็นเรือบรรทุกสินค้าต้องสงสัยวิ่งจากน่านน้ำมาเลเซียเข้ามาในเขตไทยทางด้านเหนือของเกาะตะรุเตา โดยเรือลำดังกล่าวได้ปิดไฟและวิ่งมาด้วยความเร็ว เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตนและนำเรือเข้าสกัดกั้นเพื่อขอตรวจค้นเรือดังกล่าว พบเรือชื่อ “พัชรีพร 4” มี นายฉาฝีอี  สาหมีด อายุ 45 ปี เป็นผู้ควบคุมเรือ นายสุขสันต์ ทุมมาลี อายุ 51 ปี นายอำพล ปราบยาวา อายุ 54 ปี และนายโรจน์ หวังยุนุ้ย อายุ 42 ปี เป็นลูกเรือ ทั้ง 4 คน สัญชาติไทย ภูมิลำเนาจังหวัดสตูล 

          โดยผลการตรวจค้นเบื้องต้นพบ บุหรี่กำเนิดต่างประเทศเต็มลำเรือ แต่ไม่พบหลักฐานการนำเข้าและเสียภาษีแต่อย่างใด ผลการตรวจนับของกลางพบ บุหรี่ต่างประเทศยี่ห้อต่างๆ รวมทั้งสิ้น 577 ลัง (4,937,200 มวน) มูลค่าของกลางรวมภาษีอากรรวมทิ้งสิ้น 88,708,845 บาท (ราคา 4,937,200 บาท อากร 2,962,320 บาท ภาษีสรรพสามิต 71,095,680 บาท เงินบำรุงกองทุนส่งเสริมสุขภาพ 1,421,914 บาท เงินบำรุงกองทุนส่งเสริมการกีฬา 1,421,914 บาท เงินบำรุงกองทุนองค์กรกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะฯ 1,066,435 บาท ภาษีมูลค่าเพิ่ม 5,803,382 บาท)

            ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ฯ ได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตามกฎหมายศุลกากรฐานลักลอบนำบุหรี่ต่างประเทศเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ผ่านศุลกากรโดยถูกต้อง อันเป็นความผิดตามมาตรา ๒๗ แห่ง พ.ร.บ.ศุลกากร จึงได้ยึดบุหรี่ต่างประเทศและเรือบรรทุกบุหรี่เป็นของกลาง พร้อมควบคุมตัวลูกเรือทั้ง 4 คน นำส่งด่านศุลกากรสตูล พร้อมทั้งนำส่งตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 คนให้กับ สภ.ละงู จังหวัดสตูลเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป