กรมศุลกากร ยึดงาช้างลักลอบนำเข้าจากทวีปแอฟริกา


กรมศุลกากร ร่วมกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ตรวจยึดงาช้างลักลอบนำเข้าจากทวีปแอฟริกา จำนวน 87 ท่อน น้ำหนัก 315.2 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 28 ล้านบาท

     นายกุลิศ สมบัติศิริ อธิบดีกรมศุลกากร เผยว่า จากสถานการณ์การลักลอบค้างาช้างแอฟริกาในปัจจุบันมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น เป็นเหตุให้ช้างกว่าหมื่นเชือกถูกฆ่าในแต่ละปี ซึ่งช้างถือเป็นสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ตามบัญชี 1 ของอนุสัญญาว่า ด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดของสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES) ที่ประเทศไทยเป็นภาคีสมาชิก ประกอบกับการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการงาช้างแห่งประเทศไทย

       กรมศุลกากรจึงได้มีนโยบายในการให้ความสำคัญกับการป้องกันและปราบปรามการลับลอบค้างาช้างเป็นพิเศษ เพื่อปกป้องคุ้มครองธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยให้กรมศุลกากรบูรณาการการทำงานร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ร่วมกันวางแผนสกัดกั้นขบวนการลักลอบงาช้างผิดกฎหมาย และดำเนินการกวาดล้างเครือข่ายผู้กระทำความผิด

       ล่าสุด เจ้าหน้าที่ศุลกากรฝ่ายสืบสวนปราบปรามที่ 2 ส่วนสืบสวนปราบปราม 3 สำนักสืบสวนและปราบปราม ได้อายัดสินค้าต้องสงสัย จำนวน 12 หีบห่อ น้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้มประมาณ 498 กิโลกรัม เป็นหินที่ยังมิได้มีการเจียระนัยที่ขนส่งมาจากเมืองนัมปูลา ประเทศโมซัมบิค โดยสายการบินเคนย่า เที่ยวบินที่ KQ 886 ปลายทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิประเทศไทย ชื่อผู้รับใบตราส่งเป็นชาวแอฟริกัน ผลการตรวจสอบพบงาช้างตัดเป็นท่อน จำนวน 87 ท่อน น้ำหนัก 315.2 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 28 ล้านบาท เก็บอยู่ในชั้นล่างของถังพลาสติก โดยมีหินไม่ทราบชนิดบรรจุไว้ด้านบนของถังเพื่อใช้อำพรางกระสอบพลาสติก

        จึงทำการยึดงาช้างทั้งหมดไว้เป็นของกลาง สำนวนคดีส่งพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อดำเนินการตามกฎหมายและเอาผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป โดยสถิติการจับกุมการลักลอบค้างาช้างในปีงบประมาณ 2559 กรมศุลกากรสามารถตรวจยึดงาช้างลักลอบจากทวีปแอฟริกาได้จำนวน 4 คดี ปริมาณงาช้างของกลาง 845.64 กิโลกรัม

ที่มา: Smart SME TV / News