อัดฉีดหมู่บ้านละ 2 แสน! ดันเศรษฐกิจฐานราก


อีกหนึ่งโครงการภายใต้การทำงานภาพใหญ่ของ “ประชารัฐ” มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานกดปุ่มเปิดงานเพื่ออัดเงินเข้าระบบเศรษฐกิจ ในวันที่ 14 ก.ย. เป็นวันแรก วงเงินกว่า 1.37 แสนล้านบาท ผ่าน 3 โครงการ เริ่มจากให้แบงก์รัฐปล่อยกู้กองทุนหมู่บ้านแบบไร้ดอกเบี้ย ใส่เงินลงไปตำบลละ 5 ล้านบาททั่วประเทศ รวมทั้งกระตุ้นการลงทุนโครงการขนาดเล็ก มุ่งหวังให้คนมีกำลังจับจ่ายใช้สอย คอยเป็นแรงหนุนให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนภายในประเทศ พระเอกหลักของมาตรการด่วนจี๋นี้

โดยทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลเลือกใช้กลไกของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ อัดเม็ดเงินลงไปให้ถึงมือชาวบ้าน เพราะเห็นว่ากองทุนหมู่บ้านมีฐานข้อมูลของสมาชิกเตรียมไว้ครบแล้ว อีกทั้งสมาชิกทั้งหมดก็เป็นผู้ที่มีรายได้น้อยหลากหลายอาชีพ จึงตรงใจกับนโยบายรัฐบาลที่เน้นดูแลประชาชนในกลุ่มนี้เป็นพิเศษ ที่สำคัญคงเป็นวิธีเดียวที่ทำได้เร็ว และเกิดผลสำเร็จได้มากที่สุด สำหรับวิธีการนั้นได้ให้แบงก์รัฐ 2 แห่ง คือ ธนาคารออมสินและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. ปล่อยเงินกู้แห่งละ 30,000 ล้านบาท รวม 60,000 ล้านบาท ให้กองทุนหมู่บ้าน เพื่อให้เงินก้อนนี้ไปปล่อยกู้ต่อให้สมาชิก แบบไม่มีดอกเบี้ยเป็นเวลา 2 ปี แต่เลือกเฉพาะกองทุนหมู่บ้านที่มีผลดำเนินงานที่ยอดเยี่ยม ถูกจัดอันดับอยู่ในเกรดเอและบี ประมาณ 60,000 แห่ง ขณะที่รัฐเองจะช่วยอุดหนุนดอกเบี้ยให้แบงก์ภายหลัง

ล่าสุดที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติจัดสรรงบกลาง ปีงบประมาณ 2559 วงเงิน 1.5 หมื่นล้านบาท สำหรับใช้ในโครงการยกระดับศักยภาพหมู่บ้านเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากตามแนวทางประชารัฐ โดยรัฐบาลจะสนับสนุนเงินทุนให้ 7.49 หมื่นหมู่บ้าน หมู่บ้านละ 2 แสนบาท เพื่อนำไปพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ทุกภูมิภาคของประเทศ

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า โครงการยกระดับศักยภาพหมู่บ้านฯ ถือเป็นการต่อยอดจากโครงการตำบลละ 5 ล้านบาท โครงการกองทุนส่งเสริมความเป็นอยู่ระดับหมู่บ้านผ่านกองทุนหมู่บ้าน 6 หมื่นล้านบาท โครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานชุมชนผ่านกองทุนหมู่บ้านหมู่บ้านละ 5 แสนบาท วงเงิน 3.5 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ตามหลายโครงการที่ส่งเงินลงไปยังหมู่บ้าน ซึ่งในภาพรวมน่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ และสร้างความสุขให้ประชาชนในระดับที่พอเหมาะพอสม

ติดตามรายการเที่ยงวันทันกระแสได้ทาง ทรูวิชั่น ช่อง 49,570 และทาง http://www.smartsme.tv/