ประมาณ 10 ปี ชานมไข่มุกเคยได้รับความนิยมอย่างสูงมาแล้วรอบหนึ่งก่อนที่กระแสจะค่อยๆ แผ่วลงไป จนเมื่อ 2-3 ปีให้หลังมานี้กลับมาแจ้งเกิดอีกครั้งโดยเฉพาะในโซเชียลเน็ตเวิร์คต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเว็บบอร์ด เฟสบุ๊คหรือบล็อกเกอร์ ล้วนแต่ได้พูดถึงเรื่องของชานมไข่มุก จนกลายเป็นกระแสอินเทรนด์ของวัยรุ่นในขณะนี้ ซึ่งการรีเทิร์นครั้งนี้มาพร้อมกระแสที่แรงยิ่งกว่าเดิมด้วยซ้ำ เพราะได้ขยายตลาดกว้างขึ้นนอกเหนือจากวัยรุ่นก้าวไปสู่คนทำงาน และครอบครัว
จากความแรงดังกล่าวทำให้มีผู้สนใจอยากจะเข้ามาทำอาชีพนี้จำนวนมาก รวมถึงมีแฟรนไชส์ชานมไข่มุกเปิดใหม่จำนวนมากเช่นกัน แต่ทว่าด้วยเงินลงทุนที่สูงถึงหลักแสนทำให้หลายคนไม่กล้าเสี่ยงที่จะลงทุนทำธุรกิจเครื่องดื่มนี้อย่างจริงจัง แต่สำหรับแบรนด์ “Chewing Tea – ชาเคี้ยวได้” ชาไข่มุกสูตรไต้หวันแท้ คุณสามารถลงทุนด้วยหลักหมื่นเท่านั้น
จุดเริ่มต้นของ “Chewing Tea – ชาเคี้ยวได้” เกิดขึ้นจากความชอบในการดื่มชานมของ คุณนิติพล พลวัน และก็พบว่าเครื่องดื่มนี้ยังคงได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคคนไทยโดยเฉพาะในกลุ่มของเด็กนักเรียน นักศึกษา จึงอยากมีธุรกิจชาไข่มุกของตนเอง และต้องการให้ผู้บริโภคได้ทานเครื่องดื่มชารสดี ในราคาที่คุ้มค่า
เมื่อเห็นว่าชานมไข่มุกนั้นมีโอกาสที่จะเติบโต กลายเป็นความเคยชินของคนไทยไปแล้ว และคงไม่ตายไปจากสังคมไทย คุณนิติพล จึงฝึกเรียนและฝึกการชงชานมไข่มุก กับคนทีรู้จังท่านหนึ่งซึ่งมีสูตรชานมไข่มุกสูตรไต้หวันแท้ เมื่อเกิดความชำนาญแล้วจึงได้เปิดร้านภายใต้แบรนด์ “Chewing Tea – ชาเคี้ยวได้” เมื่อ 3 ปีที่แล้ว สาขาแรก บริเวณด้านหน้ามหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต (RBAC) ด้วยรสชาติที่ดีและราคาถูกกว่าหลายๆเจ้า ส่งผลให้ “Chewing Tea – ชาเคี้ยวได้” ได้รับการยอมรับในเวลาที่รวดเร็ว
เมื่อเปิดมาสักระยะหนึ่งผู้คนก็เริ่มสนใจอยากซื้อเฟรนไซส์ต่อ บางคน ต้องการซื้อสูตร คุณนิติพล จึงตัดสินใจขยายธุรกิจสู่รูปแบบของแฟรนไชส์ แต่คุณนิติพล บอกว่านี่ยังไม่ใช้รูปแบบของแฟรนไชส์เต็มตัว เป็นรูปแบบของ licenseมากกว่าเพราะไม่ได้สอนการบริหาร ระบบให้ แต่คนทั่วไปอาจจะไม่คุ้นกับคำนี้ โดยยังคงใช้ชื่อ “Chewing Tea – ชาเคี้ยวได้” เช่นเดิม โดยศึกษาระบบจากกระทรวงพาณิชย์บ้าง การออก บูธบ้าง ตอนนี้มีสาขาแล้วทั้งหมด 12 สาขา ส่วนใหญ่จะอยู่ต่างจังหวัด
สำหรับความโดดเด่นที่ทำให้แฟรนไชส์ “Chewing Tea – ชาเคี้ยวได้” กลายเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่น่าสนใจอย่างมาก คือเรื่องของรสชาติของ “Chewing Tea – ชาเคี้ยวได้” ที่จัดอยู่ในระดับพรีเมียม ที่อร่อยไม่แตกต่างไปจากแบรนด์ดังแม้แต่น้อยเน้นรสชาติที่กลมกล่อมเหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบชารสแรงๆหรือกินชาแล้วปวดหัว ตัวไข่มุกจะเหนียวหนึบหนับไม่ยุ้ยเมื่อแช่ในน้ำชานาน การชงจะชงแบบสดๆแก้วต่อแก้วไม่ชงค้างไว้เพราบางทีลูกค้าต้องการเพิ่มหรือลดความหวานหรือรสชาติอื่นจะได้ปรับได้ตามความต้อง ในส่วนของใบชาจะนำเข้าจากไต้หวันซึ่งเป็นเกรดพรีเมี่ยม สุดท้ายคือราคาขายถูกว่าแบรนด์อื่นราว 5 บาท โดยตั้งราคาอยู่ราว 20-25 บาท/แก้ว(ขนาด 16 ออนซ์) และ 25-30 บาท แก้ว(ขนาด 22 ออนซ์) ซึ่งเรื่องของราคาถือเป็นจุดดึงดูดลูกค้าอย่างหนึ่งทำให้เกิดการซื้อง่าย ขายได้คล่องขึ้น และเมื่อหักต้นทุนแล้วจะได้กำไร 100-120%/แก้ว ฉะนั้นจึงสามารถคืนทุนได้ไว และสร้างรายได้ต่อเดือนให้มากมาย โดยมีสถิติคืนทุนเร็วสุดแค่ 1 เดือนเท่านั้น แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับทำเลที่ตั้งด้วยด้วย
สำหรับผู้ที่สนใจอยากลงทุนกับทาง “Chewing Tea – ชาเคี้ยวได้” “คุณนิติพล” กล่าวว่าได้แบ่งการลงทุนออกเป็น 3 รูปแบบ คือ
-ลงทุนเริ่มต้น 35,000 บาท จะได้สูตรถ่ายทอดและเคล็ดลับการต้มชา และไข่มุกทั้งหมด พร้อมอุปกรณ์แต่ไม่มีเคาน์เตอร์กับเครื่องซีสให้ เหมาะกับผู้ที่ต้องการทำธุรกิจเปิดร้าน “Chewing Tea – ชาเคี้ยวได้” ของตนเอง โดยทำหน้าที่เพียงแค่ขายเครื่องดื่มเท่านั้น โดยไม่ต้องพะวังกับเรื่องของการหาวัตถุดิบ เพราะจะได้รับสิทธิ์ในการสั่งซื้อวัตถุดิบอย่าง ใบชา และไข่มุกนั้น จากทาง “Chewing Tea – ชาเคี้ยวได้” อยู่แล้ว อายุสัญญา3 ปี
-ลงทุนเริ่มต้น 69,000 บาท จะได้สูตรถ่ายทอดและเคล็ดลับการต้มชา และไข่มุกทั้งหมด พร้อมอุปกรณ์ และวัตถุดิบในการเปิดร้านราว 18 รายการ มีทุกอย่างพร้อม เคาน์เตอร์กับเครื่องซีสอยู่แล้ว อายุสัญญา3 ปี
-ลงทุนเริ่มต้น 65,000 บาท จะได้เฉพาะสูตรล้วนๆแต่ลูกค้าสามารถไปสร้างแบรนด์ขยายสาขาเองได้ สั่งซื้อของจากที่อื่นได้ หรือเรียกนั้นเหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการต่อยอดทางธุรกิจ สามารถขยายสาขาสร้างแบรนด์ของตนเองได้ตามสะดวก โดยเปิดนักลงทุนสามารถสั่งซื้อวัตถุดิบอื่นจากแหล่งอื่นได้ ยกเว้น “ใบชา” เพราะเป็นสูตรเฉพาะของทางร้านเพราะเป็นสินค้าที่มีมาตราฐานนำเข้าจากต่างประเทศ
สำหรับ การดูแลแฟรนไชส์นั้น “คุณชาย” ตนจะค่อยให้คำปรึกษาตั้งแต่การเลือกทำเลที่ตั้งของร้าน ไปจนถึงการบริหารร้านให้ประสบความสำเร็จ และยังช่วยในส่งเสริมการขาย ในส่วนการทำตลาด สร้างแบรนด์ ทาง “Chewing Tea – ชาเคี้ยวได้” ให้เป็นที่รู้จักในวงการกว้าง โดยทำในรูปแบบ Below the line พวก Event Marketing และยังมีการโปรโมทผ่านทั้งสื่อสิ่งพิมพ์ และทางสื่อออนไลน์ทาง www.ชาไข่มุก.com และ Social Network อย่าง Facebook, Twitter เป็นต้น
ในส่วนอุปสรรคในการทำแฟรนไซส์ที่ผ่านจะเป็นในเรื่องของความซื้อสัตย์ของลูกค้าเฟรนไซส์ซะส่วนมาก เช่นการไม่ซื้อวัตถุดิบจากสาขาแม่ เพราะอยากลดต้นทุน แต่คุณภาต่ำกว่า ทำให้เกิดผู้บริโภคเสียงบ่นจากผู้บริโภคว่ารสชาติไม่อร่อยเหมือนที่เคยกินจากสาขาอื่น เป็นต้น ทั้งนี้สำหรับการแก้ปัญหาของคุณนิติพลก็คือการเข้าไปตักเตือน ถ้ายังมีครั้งต่อไปก็จะยกเลิกสัญญา
ในส่วนของอนาคต คุณนิติพล กล่าว่า จะมีการขยายสาขาไปยังประเทศในอาเซียนอีกด้วย โดยตอนนี้มีที่ลาวอยู่แล้ว 1สาขา ถ้าเกิดมีผู้ที่สนใจจากประเทศอื่นก็พร้อมที่จะขายแฟรนไซส์ให้แต่จะเป็นอีกชื่อแบรนด์หนึ่ง คือ Premio ซึ่งตัวนี้จะเน้นเจาะเฉพาะต่างประเทศ
สุดท้ายนี้ “คุณนิติพล” ย้ำว่า การจะทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จแล้ว นอกจากการบริหารงานที่ดีแล้ว ต้องยึดหลักเอาใจเขามาใส่ใจเราให้มาก เพราะเมื่อเราเป็นลูกค้าเราก็ต้องการได้สิ่งที่ดีกลับไป พอเรามาเป็นผู้ค้าเราก็ต้องให้สิ่งที่ดีกับลูกค้าเช่นกัน