สื่อสิ่งพิมพ์เป็นสื่อที่หลายคนสัมผัสอยู่แทบทุกวัน ไม่ว่าจะเดินทางไปไหนมาไหน ก็ล้วนจะต้องพบเห็นกับสื่อสิ่งพิมพ์เสมอ ถึงแม้ในปัจจุบัน โลกออนไลน์ จะเข้ามามีอิทธิพลมากขึ้น แต่ความต้องการและตลาดด้านสื่อสิ่งพิมพ์ก็มิได้ลดลงไปตามกระแส เช่นเดียวกับ บริษัท ควอลิตี้ กราฟิค เฮ้าส์ จำกัด บริษัท รับผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ทุกชนิด ที่เติบโตมาอย่างต่อเนื่องกว่า 20 ปี ภายใต้การบริหารงานของคุณธนกฤษ วิเศษวงษ์ ก็ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง
คุณธนกฤษ เล่าให้ฟังว่า เดิมทีทำงานอยู่ที่โรงพิมพ์คุรุสภา ลาดพร้าว ซึ่งเป็นโรงพิมพ์ที่ผลิตหนังสือเรียน อยู่ประมาณ 10 ปี จึงตัดสินใจออกมาทำธุรกิจออกแบบสื่อสิ่งพิมพ์ เนื่องจากเห็นทิศทางของธุรกิจนี้ว่าตลาดยังมีความต้องการอยู่มาก แต่ในขณะนั้น ยังไม่มีโรงพิมพ์ ในการผลิต เป็นเพียงการรับงานทั่วไป หลังจากเปิดได้ไม่ถึงปี ก็มีปัญหา เรื่องของราคา เรื่องเวลา ในการจัดพิมพ์ที่ไม่ตรงความต้องการของลูกค้า หรือแม้แต่พนักงานขายของบริษัทที่รับงานจากลูกค้าแต่ไม่ยอมส่งงานให้บริษัทกลับรับผลิตเอง เป็นต้น
เมื่อมองเห็นปัญหาอย่างที่กล่าวในข้างต้นแล้ว คุณธนกฤษ จึงหันมาทำโรงพิมพ์ของตังเอง โดยการลงทุนซื้อเครื่องพิมพ์ และสรรหาบุคลากรที่มีความสามารถและประสบการณ์มาช่วยดำเนินงาน
ต่อมา วันที่ 2 พฤศจิกายน 2537 ก็ได้มีการจดทะเบียนและ จัดตั้งในรูปแบบบริษัทผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ทุกชนิด ครบวงจร เรียกว่าเป็น ONE STOP SEVICE ส่วนหลักในการทำงานคุณธนกฤษเผยว่า เน้นในเรื่องความประณีตและคุณภาพตามความรู้ประการณ์ที่เคยทำมาสมัยอยู่ โรงพิมพ์คุรุสภา ลาดพร้าว
คุณธนกฤษ ยังกล่าวอีกว่า โดยความชำนาญในเรื่องของการผลิตท่อสิ่งพิมพ์ที่ได้สั่งสมมาอย่างยาวนานทำให้ ควอลิตี้ กราฟฟิค เฮ้าส์ นั้นสามารถก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง “ กว่า 2 ทศวรรษ ที่ผ่านมาเราเติบโตด้วยการเรียนรู้จากความหลากหลายในรูปแบบของงานตลอดจนแนวความคิดและจินตนาการของลูกค้า จึงทำให้เราเป็นที่ยอมรับอย่างต่อเนื่องและพร้อมที่จะพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง”
หลังจาก ควอลิตี้ กราฟฟิค เฮ้าส์ เติบโตและเป็นที่ยอมรับมากขึ้น คุณธนกฤษ จึงคิดที่จะขยายสาขาโดยการเปิดเป็นแฟรนไซส์เนื่องจากต้องกระจายรายได้ ไปสู่คนที่อยากทำธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ และเรียกว่าเป็นการทำการตลาดแบบยั่งยืน โดยการเปิดแฟรนไชส์ ให้กับคนที่อยากทำธุรกิจ ซึ่งเป็นการทำการตลาดแบบเน็ตเวิร์ก คือ เขาได้เราได้ และมองว่า และ ธุรกิจสิ่งสื่อพิมพ์ยังมีโอกาสของเติบโต ค่อนข้างสูง ด้วยเพราะเสน่ห์ของงานบริการชนิดนี้คือ เมื่อลูกค้าซื้อครั้งแรกก็จะหวนกลับมาซื้ออีกหลายๆครั้ง เช่นถ้าลูกค้า สั่งพิมพ์นามบัตร ถ้าหมด ลูกค้าก็ต้องมาสั่งอีกเป็นต้น ดังนั้นการเปิดเป็นแฟรนไซส์ ก็จะทำให้ ควอลิตี้ กราฟฟิค เฮ้าส์ ขยายไปสู้กลุ่มเป้าหมาได้มากขึ้น ปัจจุบัน ควอลิตี้ กราฟฟิค เฮ้าส์ มีสาขาทั้งหมด 8 สาขา จากการปิดแฟรนไซส์ มา 3 ปี โดยในปีนี้จะตั้งเป้าจะเปิดให้ครบ 20 สาขา โดยแบ่งเขต เขตละ 3 สาขา
ส่วนในเรื่องของผู้ที่สนใจแฟรนไซส์ คุณธนกฤษ กล่าวว่า คุณสมบัติของผู้ลงทุนในเบื้องต้นนั้น จะต้องเป็นคนที่อยากทำธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์จริงๆ มีความตั้งใจและใส่ใจในเรื่องการบริการด้วย
สำหรับรูปแบบการลงทุนคือ ลูกค้าลงทุน 1 ล้าน 8 แสนบาท โดยแบ่งเป็นค่าลิขสิทธ์ 5 แสนบาท ส่วนที่เหลือเป็นจะเป็นค่าอุปกรณ์และการตกแต่งร้าน สัญญา 5 ปี ระยะเวลาในการคืนทุนจะอยู่ที่ประมาณ 2-3 ปีขึ้นอยู่กับความตั้งใจของลูกค้า
นอกจากนี้ยังมีการอบรมพนักงานและผู้บริหารฟรี,ให้การดูแล จนกว่าจะดำเนินธุรกิจได้เอง,มีเจ้าหน้าที่ตรวจเยี่ยมให้คำปรึกษาและให้คำแนะนำ ในเรื่องการทำงานของพนักงาน และตรวจเช็คเครื่องมือที่ใช้อย่างสม่ำเสมอ รวมถึงเรื่องการส่งเสริมการตลาดทางควอลิตี้ กราฟฟิค เฮ้าส์ ก็จะมีการประชาสัมพันธ์ให้แต่ละสาขาเป็นที่รู้จักมากขึ้นด้วย เรียกได้ลูกค้าเพียงลงทุนครั้งเดียวก็เป็นเจ้าของกิจการโรงพิมพ์ได้เอง แต่ถ้าเป็นงานใหญ่ๆหรือจำนวนมากๆซึ่งลูกค้าไม่มีกำลังผลิตเอง ก็สามารถส่งให้ทางควอลิตี้ กราฟฟิค เฮ้าส์ สาขาใหญ่เป็นผู้ผลิตให้ ลูกค้าแฟรนไซส์ก็จะได้ค่าตอบแทน 20 เปอร์เซ็นต์ จากงานนั้นๆ
สุดท้าย คุณธนกฤษ ยังกล่าวอีกว่า ธุรกิจสิ่งพิมพ์ถือเป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันเป็นอย่างมากแม้ว่ายุคนี้สื่อหลายๆตัว กำลังขยายตัวสู่รูปแบบของดิจิตอลมากขึ้น แต่กว่าเทคโนโลยีเหล่านั้นจะเข้ามาแทนที่อย่างเบ็ดเสร็จ ก็คงยังอีกนานเพราะด้วยต้นทุนที่สูงของสื่อดิจิตอลคงไม่เอื้ออำนวยกับสภาพรายได้ของประชาชนในสังคมไทย มากนัก จึงมั่นใจได้ว่าแนวโน้มของธุรกิจนี้ก็ยังจะคงโตได้เรื่อยๆ และจะไม่ล้มหายตายจากสังคมไทยไปในเร็ววันนี้อย่างแน่นอน