Mango Maniaสมูทตี้มะม่วง ชูจุดเด่นเน้นสุขภาพ


ธุรกิจเครื่องดื่มสุขภาพถือเป็นเทรนด์ที่ แรงไม่ตกผู้คนจำนวนไม่น้อยหันมาใส่ใจเรื่องนี้มากขึ้น ผู้ลงทุนทั้งหลายต่างทนความหอมหวานไม่ไหว หันมาจับธุรกิจนี้กันมากขึ้น ไม่เว้นแม้แต่ “Mango Mania” ธุรกิจสมูทตี้มะม่วงน้ำดอกไม้ ก็ถือเป็นอีกเจ้าหนึ่ง ที่เลือกเดินมาทางนี้เช่นกัน หากแต่มองต่างมุมกับเจ่าอื่น ว่าธุรกิจนี่ไม่ใช่กระแส แต่เป็นทางเลือกขอผู้บริโภคมากกว่า

คุณการัญญา จารุธาณินทร์เจ้าของแบรนด์, และการตลาด Mango Mania เล่าว่าแรกเริ่มเดิมทีที่นั้น ครอบครัวของเธอเปิดบริษัทรับผลิต OEM น้ำนมถั่วเหลืองให้กับหลายๆยี่หอมาก่อนมา จนกระทั้งเมื่อเดือนเมษายน ปี2556 หลังจากที่เธอเรียนจบ ปริญญาโทด้านการตลาดจาก ออสเตรเลีย มาหมาดๆ ด้วยไฟในตัวที่มีอยู่แรงกล้า จึงใคร่อยากจะใช้วิชาที่ร่ำเรียนมาให้เกิดสัมฤทธิ์ผล ความคิดแตกยอดธุรกิจของครอบครัวก็บรรเจิดขึ้นมา

เมื่อเริ่มแรก ก็คิดว่าจะทำธุรกิจอะไรดี โดยเน้นแนวคิดความสดใหม่ด้านไอเดีย พอหลังจากสังเกตตลาดและผู้บริโภคอยู่สักพัก ก็พบว่าธุรกิจเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพคงจะใช่คำตอบที่ค้นหา  ด้วยเห็นว่าปัจจุบันผู้คนหันมาใสใจดูแลร่างกายกันมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องอาหารและการกิน กรปร ครอบครัวมีชำนาญด้านการทำเครื่องดื่มอยู่เป็นทุนเดิม 

  ไอเดียการทำ สมูทตี้มะม่วง จึงผุดขึ้นมา เหตุที่เลือกมะม่วงโดยเฉพาะมะม่วงน้ำดอกไม้ ก็เนื่องจาก เป็นผลไม้เด่นของเมืองไทย หาง่ายได้ทุกฤดู มีรสเปรี้ยวอมหวาน คุ้นปากตามรสสนิมของคนไทย  

จากที่มาดังกล่าวข้างต้น สมูทตี้มะม่วงในแบรนด์ “แมงโก้ มาเนีย” ก็ถือกำเนิดขึ้น ด้านจุดต่างระหว่าง“แมงโก้ มาเนีย”และเจ้าอื่น ที่คุณการัญญา ชูให้เป็นจุดเด่นคือการเน้นเป็นเครื่องดื่มพรีเมี่ยมสมูทตี้ แบบไม่มีน้ำตาลให้กังวลใจ ซึ่งได้เชฟผู้ชำนาญจากญี่ปุ่นมาค้นคิด จนออกมาเป็นสูตรลับในด้านรสชาติที่ผสานกับการดูแลสุขภาพ อย่างลงตัว

สำหรับรสสมูทตี้ จะออกแนวเข้มข้นของผลไม้ตั้งแต่ 2-4 ชนิด แล้วนำมาปั่นรวมกันกับ หัวน้ำผลไม้ สูตรเฉพาะของ”แมงโก้ มาเนีย”แล้วโป๊ะด้วยมะม่วง ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร  โดยมีสินค้าให้เลือกหลายหลากเมนู ได้แก่ แมงโก้, แมงโก้เบอร์รี่, ทรอปิคอล, บานาน่า, สตรอว์เบอร์รี่, พิงค์แมงโก้,

กีวี่บานานา, นมถั่วเหลือง, ชานม และของหวาน  กลุ่มเป้าหมายเจาะ ไปที่ คนรุ่นใหม่ วัยทำงาน คนรักสุขภาพ และชาวต่างชาติ เป็นหลัก

พอเปิดสาขาแรก Suntower Plaza ซอยเฉยพ่วง ถ.วิภาวดีไปสักระยะ ผลตอบรับออกดีเกินคาดและมีกระแสปากต่อปากพอควร จนกระทั่งเดือนสิงหาคมในปีเดียวกันนั้นจึงขยายต่อยอดธุรกิจ แตกไลน์ออกมาเป็นแฟรนไชส์เพื่อขยายฐานกลุ่มผู้บริโภคให้กว้าง เรียนรู้และศึกษาระบบผ่านญาติสนิท ที่มีประสบการณ์ทำแฟรนไซส์มาก่อน ส่งผลให้ “แมงโก้ มาเนีย” ยอดแฟรนไซส์ เติบโตได้อย่างไม่ยากเย็นนักเพราะวางแผนและระบบไว้อย่างดี แม้จะต้องผ่านช่วงปัญหาในบ้านเมืองที่ทำให้ผู้ลงทุนทั้งหลายแล่ไม่กล้าตัดสินใจมากนัก แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหา กลับกลายเป็นโอกาสใน การช่วงชิงผู้ลงทุน หากมีกลยุทธ์ที่ดีพอ “แมงโก้ มาเนีย”เลือกใช้กลยุทธ์สร้างแรงจูงใจ ด้านการตลาดออนไลน์ พร้อมกับรุกในด้านประชาสัมพันธ์  สร้างแบรนด์เป็นที่รู้จักและใช้โปรโมชั่น เร่งการตัดสินใจ ไม่ว่าจะเป็นทั้งผู้บริโภคและผู้ลงทุน  จน ณ ตอนนี้ ยอดแฟรนไซส์มีแล้ว ทั้งสิ้น 20 สาขา และยังมีแผนจะขยายตลาดในกลุ่มประเทศ AEC ด้วย

ส่วนคุณสมบัติผู้ลงทุน คุณการัญญา เผยว่า ขอเป็นคนที่รักการบริการอย่างจริงจัง ซื่อสัตย์ต่อลูกค้า และมีความพร้อมที่จะที่จะทำธุรกิจ สำหรับเงื่อนไขการลงทุนมีอยู่ 2 รูปแบบ  ให้เลือกตามแต่สนใจของผู้ลงทุน

1.รูปแบบแรก ค่าแฟรนไชส์ 75,000 บาท 
-ไม่มีชุด Counter มาตรฐาน 
-สิ่งที่จะได้รับ อุปกรณ์หลักสำหรับเปิดร้าน ทั้งหมด สามารถขายได้ทันที 
-วัตถุดิบชุดแรกพร้อมขาย (ได้ประมาณ200 แก้ว) 
-เป็นการ Build-in ตามสภาพพื้นที่ ตามขนาด ลูกค้าเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการทำ Counter ใหม่ ทั้งหมด (ในการเขียนแบบต้องเสนอให้กับทางร้านอนุมัติก่อนในการลงมือทำแบบ Counter หรือให้ทางบริษัทออกแบบให้ ) 
-มีการจัดอบรมวิธีการเปิดร้าน การบริหารจัดการร้าน พร้อมสูตรชงต่างๆทั้งหมดให้กับทาง Franchise และพนักงาน (พนักงานต้องจัดหาเอง) 

2.รูปแบบสอง ค่าแฟรนไชส์ 120,000 บาท 
-ชุด Counter มาตรฐาน รูปตัว L หน้ากว้าง 1.8 เมตร, ด้านข้าง 1.2 เมตร,หน้าโต๊ะลึก 60 ซม.(ขนาดอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับสถานที่ที่แฟรนไชน์จะเปิด)ส่วนประกอบมี ชุดชั้นวาง,  หมายเหตุ มีวัสดุงานไม้ พร้อมสื่อเมนูรายการสินค้าและป้ายไฟ สวยงามคลุมชุด Counter (ไม่รวมการตกแต่งร้าน) 
-อุปกรณ์หลักสำหรับเปิดร้านทั้งหมด พร้อมขายได้ทันที 
-วัตถุดิบชุดแรกพร้อมขาย (ได้ประมาณ200 แก้ว) 
-มีการจัดอบรมวิธีการเปิดร้าน การบริหารจัดการร้าน พร้อมสูตรชงต่างๆทั้งหมดให้กับทางFranchiseและพนักงาน (พนักงานต้องจัดหาเอง) 

 

นอกจากนี้คุณการัญญายังแนะสำหรับ ผู้ที่สนใจ ว่า แฟรนไซส์จะคืนทุนช้าหรือเร็ว นอกจากความขยันขันแข็งแล้ว ทำเลถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ไม่ควรมองข้ามเนื่องจากสินค้าเน้นเป็นคนรุ่นใหม่ ใส่ใจสุขภาพ และมีกำลังซื้อพอสมควร   ทำเลเหมาะสมจึงควรมีคนพลุกพล่าน อย่างบริเวณใกล้เคียงบริษัท ห้างร้านต่างๆ ฟิตเนสเซ็นเตอร์ มหาวิทยาลัย หรือโรงเรียนเอกชน

ท้ายสุด คุณการัญญา กล่าวว่า “ธุรกิจเพื่อสุขภาพนั้นไม่ใช่กระแส แม้สมัยก่อนจะยังไม่ฮอตฮิต เพิ่งมาเริ่มแพร่หลายอย่างจริงๆได้ประมาณสิบปีกว่าๆ ทั้งนี้ก็เพราะการรับรู้สมัยนั้นยังมีน้อยแต่ปัจจุบัน ผู้คนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างสะดวกง่ายต่อการรับรู้ จึงเห็นแนวทางในการดูแลสุขภาพมากขึ้นทำให้สินค้าเพื่อสุขภาพก็ขายดีตามไปด้วย และดูเหมือนว่าจะกลายเป็นกระแส แต่อันที่จริงผู้คนมีทางเลือกที่มากขึ้นกว่าเดิมค่ะ”