พฤติกรรมผู้บริโภคกับธุรกิจความงาม


ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าผู้หญิงและความสวยงามเป็นของคู่กัน การดูแลตัวเองให้สวยดูดี เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องอดทนและทุ่มเทเวลาให้อย่างมาก สังเกตได้จากธุรกิจเกี่ยวกับความงามผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด มีผู้ประกอบการหน้าใหม่เกิดขึ้นทุกวัน สืบเนื่องมาจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาดูแลตัวเองมากขึ้น

ผู้บริโภคมักเลือกสินค้า หรือบริการความงามที่เหมาะกับการดำเนินชีวิตประจำวัน โดยผลวิจัยจากมายด์แชร์จากการสัมภาษณ์เชิงลึก ผู้หญิงไทยอายุระหว่าง 25 – 39 ปี ในเขตกรุงเทพฯ  จำนวน 15 ท่าน ร่วมกับการพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญและผู้มีอิทธิพลทางด้านความงามของเมืองไทย จำนวน 5 ท่าน ประกอบกับการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพจากฐานข้อมูลของมายด์แชร์ ซึ่งได้แก่ Mindshare 3D, Euromonitor, Mintel และ News Report พบว่า ผู้บริโภคในปี 2014 เชื่อมั่นความงามที่เกิดจากภายใน ชอบผลิตภัณฑ์ที่เห็นผลได้อย่างรวดเร็ว และในหนึ่งผลิตภัณฑ์ต้องสามารถตอบสนองความต้องการได้มากกว่าหนึ่งอย่าง

นอกจากนี้ก่อนเลือกซื้อสินค้าผู้บริโภคยังมีการสืบค้นข้อมูลของผลิตภัณฑ์เพื่อประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อ ผู้ประกอบการจึงควรมีการประชาสัมพันธ์ข้อมูลที่ดี เพื่อให้ลูกค้าได้รับข้อมูลคุณสมบัติของสินค้าได้มากที่สุด  และด้วยการดำเนินชีวิตที่ค่อนข้างเร่งรีบทำให้ผู้บริโภคมีความต้องการสินค้าที่สามารถแก้ไขปัญหาได้รวดเร็ว หรือสวยโดยไม่ต้องทำอะไรมาก ค่านิยมจึงต้องการผิวสวยสดใสจากภายใน การเข้าสถาบันเสริมความงาม และการศัลยกรรมจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้มีงบประมาณ

ทั้งนี้ข้อมูลการส่งออกเครื่องสำอางของไทยไปต่างประเทศพบว่า ในช่วง 5 ปีหลัง มีอัตราการเติบโตอย่างก้าวกระโดดเฉลี่ย 18% ต่อปี โดยมีมูลค่าตลาดรวม 2.1 แสนล้านบาท แบ่งเป็นตลาดในประเทศ 60% คิดเป็นมูลค่า 1.2 แสนล้านบาท และตลาดส่งออกอีก 40% มูลค่ากว่า 9 หมื่นล้านบาท ส่วนการส่งออกเครื่องสำอางของไทยไปยังกลุ่มประเทศอาเซียนอยู่ที่ 37% ขณะที่ญี่ปุ่นอยู่ที่ 30% สำหรับส่งออกไปยังยุโรปและออสเตรเลียอยู่ที่ 5% และประเทศอื่นๆ อีก 26% ในขณะที่ตลาดผู้บริโภคชาวจีนเริ่มมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะเครื่องสำอางที่ผลิตจากสมุนไพร ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคชาวจีนเป็นจำนวนมาก จากข้อมูลดังกล่าวเห็นได้ว่าเป็นโอกาสดีของผู้ประกอบการไทยที่จะเริ่มธุรกิจในด้านเครื่องสำอางสมุนไพรไทย เพราะค่านิยมในเรื่องผลิตภัฑณ์จากธรรมชาติกำลังได้รับความนิยมในต่างประเทศ และประเทศไทยมีทรัพยากรคุณภาพและเพียงพอต่อการประกอบธุรกิจ  แต่หากคำนึงถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่เน้นในเรื่องความเปลี่ยนแปลงที่เห็นผลอย่างรวดเร็วแล้ว ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติอย่างสมุนไพร อาจยังไม่ตอบโจยท์นัก แต่หากคำนึงถึงผลระยะยาวแล้ว คุณภาพของสินค้าจากธรรมชาติจะเห็นผลในระยะยาว และต่อเนื่องมากกว่าแน่นอน ดังนั้นการทำการตลาดของผู้บริโภคความเน้นในเรื่องการให้ข้อมูลประชาสัมพันธ์ คุณภาพของวัตถุดิบที่นำมาผลิต ข้อมูลเหล่านี้สามารถส่งผลต่อพฤติกรรมของผู้บริโภคให้เปลี่ยนแปลงไปในอีกทิศทางหนึ่งได้ และคาดว่าในอนาคตสินค้าความงามจากธรรมชาติอย่างสมุนไพรมีแนวโน้มเติบขึ้นได้อย่างแน่นอน