ปัจจุบันมีการนำอินเทอร์เน็ตมาใช้จนเกิดประโยชน์ ได้แพร่หลายทั้งในด้านการศึกษา การค้นคว้า และการทำธุรกิจ เนื่องจากอินเทอร์เน็ตได้รับความนิยมนความสะดวก และสามารถเข้าถึงบุคคลได้ง่ายกว่าสมัยก่อนมาก
Google จึงศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคการซื้อออนไลน์ของผู้บริโภคในประเทศไทยโดยผ่านผู้บริโภคในประเทศไทย ที่เข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ โดยแบ่งเป็น 4 กลุ่ม คือ
1. ผู้บริโภคที่เพิ่งซื้อสินค้าออนไลน์
2. ผู้บริโภคที่ซื้อสินค้าทางออนไลน์มานานพอสมควร
3. กลุ่มผู้บริโภคที่ไม่ซื้อสินค้าออนไลน์
4. กลุ่มผู้ขายสินค้าผ่านระบบออนไลน์
ในครั้งแรกคนไทยจำนวนมากสนใจทดลองซื้อสินค้าออนไลน์ โดยมีความต้องการ และความกังวลที่แตกต่างกันออกไปดังนี้
40% ของคนไทยที่ใช้ระบบออนไลน์ ไม่เคยซื้อสินค้าออนไลน์
47% ไม่เคยซื้อสินค้าออนไลน์คิดว่าจะซื้อสินค้าประเภทเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายในอีก 12 เดือนข้างหน้า เนื่องจากเป็นสินค้าที่มีมูลค้าไม่สูงมากนัก และเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายยังเป็นปัจจัยหลักที่ส่วมใส่ทุกวัน นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนแปลงไปตามแฟชั่นยุคสมัย
16% ต้องการทดลองซื้อสินค้าออนไลน์ เมื่อรู้ว่ามีคนใกล้ชิดเคยซื้อมากก่อน
14% จะซื้อเมื่อมีบริการเก็บเงินปลายทาง
52% ของคนไทย ไม่มั่นใจคุณภาพสินค้าที่จะได้รับ
47% มีความกังวลเรื่องความปลอดภัย
41% อยากทดลองของจริงก่อนซื้อ สาเหตุของความกังวลมาจาก การกังวลเรื่องการประกันต้องการเข้าถึงสินค้าได้ทันที
34% ในกลุ่มนักช๊อปที่ไม่เคยซื้อสินค้าออนไลน์ไม่แน่ใจในการรับประกันสินค้าทางอินเทอร์เน็ต
33% ซื้อสินค้าในตลาดหรือร้านค้าดีกว่า ได้รับของทันที
33% ใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อหาข้อมูลของสินค้าเท่านั้นไม่ได้ซื้อ
เครือข่ายสังคมออนไลน์ถูกใช้เพื่อค้นคว้าหาข้อมูลของสินค้าที่อยากได้ แต่เมื่อต้องซื้อมักจะเป็นเครื่องแต่งกายมากกว่าอิเล็คทรอนิคส์ หรือโทรศัพท์ ด้านผลของการโฆษณาออนไลน์สามารถกระตุ้นให้เกิดการกระทำและกระตุ้นให้เกิดการค้นคว้า นอกจากนี้สังคมออนไลน์ยังสามารถสร้างความสนใจมากที่สุด ผู้ซื้อส่วนใหญ่ลงมือค้นคว้าจากสิ่งที่เห็นบนโฆษณาออนไลน์ทันทีอยู่ที่ 68% และ 73% ใช้ข้อมูลจากโฆษณาเพื่อค้นคว้าต่อเกี่ยวกับสินค้า โดยเริ่มต้นค้นคว้าจากเครื่องมือ search engines และจากเครือข่ายสังคมออนไลน์
ในด้านผู้ขายไม่คาดว่าการขายสินค้าออนไลน์จะสามารถขายได้ในราคาสูง แต่การขายของผ่านช่องทางออนไลน์ สามารถหาลูกค้าที่มีกำลังซื้อได้มากมาย รวมถึงจำนวนผู้ซื้อออนไลน์มีมากกว่า และปัจจัยราคาที่ต่ำกว่า ไม่ได้เป็นตัวกำหนดความต้องการซื้อออนไลน์ 63% พบว่าผู้บริโภคส่วนใหญ่ที่ซื้อสินค้าออออนไลน์ต้องการความสะดวกเป็นหลัก ผู้ขายบอกว่าสาเหตุที่ขายสินค้าผ่านออนไลน์ก็เพราะมีลูกค้าที่รอซื้อสินค้าออนไลน์อยู่มากมาย และมีเพียง 35% ที่บอกว่าขายออนไลน์แล้วได้ราคาดีกว่า
โดยคุณ อริยะ พนมยงค์ หัวหน้าฝ่ายธุรกิจ Google ประจำประเทศไทย ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า “ สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดเจนคือ จากสมัยก่อนเราต้องเข้าซุปเปอร์มาร์เกตไปซื้อสินค้าทีละมาก ๆ เพื่อให้คุ้มค่าแก่การเดินทาง แต่ปัจจุบันมีช่องทางใหม่ ๆ เราไม่ต้องคอยไปซื้อที่ละหลาย ๆ รอบ ตอนนี้คืออะไรหมดก็สามารถสั่งมาได้เลย การซื้อสินค้าออนไลน์มันคือความสะดวกสบาย ที่เหมาะสมกับยุคครับ”
สำหรับมุมมองจากผู้ประกอบการที่หันมาจับธุรกิจที่ตอนนี้กำลังหันมาทำธุรกิจทางด้านออนไลน์ จริงจังมากขึ้นอย่าง เทสโก้ โลตัส โดยคุณวรรณา สวัสดิกูล ประธานกรรมการบริหารฝ่ายการตลาด บริษัท เอก-ชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด (เทสโก้ โลตัส) ให้ข้อมูลในด้านการซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ของเทสโก้โลตัสว่า สินค้าที่ซื้อเป็นจำนวนมากคือ เครื่องแต่งกาย และเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยปีนี้มีอัตราการเติบโตของลูกค้าใหม่ ๆเพิ่มสูงขึ้น สำหรับอุปสรรคทางด้านการขายสินค้าออนไลน์ของเทสโก้โลตัสคือ อาหารสด เนื่องจากผู้บริโภคต้องการสินค้าที่สดใหม่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเทสโก้โลตัสได้แก้ไขปัญหานี้ได้เป็นอย่างดี เนื่องจากมีรถที่ใช้ในการขนส่งเป็นรถที่มีความพิเศษเฉพาะตัว เพราะมีตู้แช่เย็นที่เตรียมพร้อมสำหรับส่งของสดเลย จึงหมดปัญหาในด้านนี้ไป สำหรับการเลือกรายการสินค้าในหน้าเว็บไซต์นั้น มีการจำแนกสินค้าต่าง ๆ อยู่เป็นหมวดอย่างชัดเจน ส่วนประเด็นสำคัญ ในด้านการชำระค่าสินค่า เทสโก้โลตัส จัดทำระบบการชำระเงินที่ง่ายต่อผู้ซื้อมากขึ้น โดยมาช่องทางในการชำระค่าบริการมากกว่าหนึ่งช่องทาง คุณวรรณา บอกอีกว่าผู้ซื้อสินค้าส่วนใหญ่ของเทสโก้โลตัสออนไลน์นั้น เป็น คุณแม่ โดยจะซื้อสินค้าสำหรับครัวเรือนและเด็กเป็นส่วนใหญ่ นอกจากนี้หนทางสำหรับการแก้ไขปัญหาในหลาย ๆ ด้านของการซื้อสินค้าออนไลน์นั้น คือการ เปิดใจรับฟังผู้บริโภค เพื่อแก้ไขปัญหาให้ตรงตามความต้องการของผู้บริโภคมากที่สุด
ส่วนด้านความปลอดภัยของการเงินนั้นจากการสัมภาษณ์โดย Smrat SMEs บริษัท Baidu บริษัทยักษ์ใหญ่จากประเทศจีน ที่ 95% ของคนจีนใช้การสืบค้นข้อมูลทุกด้าน รวมถึงการค้นหาข้อมูลการซื้อสินค้า หรือ แม้กระทั้งการท่องเที่ยว โดยคุณชฎากร ธนสุวรรณเกษม ให้ข้อมูลว่าในประเทศไทยเรามีสินค้าทั้งหมด 8 ตัว คือ Baidu PC Faster, Baidu Antivirus, Baidu Spark Browser, เว็บไซต์ Hao123, DU Battery Saver, DU Speed Booster, Baidu Browser, PhotoWonder ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการทางคอมพิวเตอร์ และสำหรับโทรศัพท์มือถือ สำหรับสินค้าที่ไป่ตู้พัฒนาขึ้น และเหมาะสมกับการเติบโตทางธุรกิจออนไลน์นั้นคือ Baidu Antivirus เป็นโปรแกรมที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่ ซื้อสินค้าออนไลน์ เพราะนอกจากจะช่วยในด้านของการแอนตี้ไวรัสแล้ว โปรแกรมยังจะเตือนเมื่อเราเข้าในเว็บไซต์ของปลอม เพื่อป้องกันการหลงเชื่อเว็บไซค์ปลอมต่าง ๆ โดยโปรแกรมดังกล่าว ผ่านการทดสอบมาตรฐาน VB100 ได้รับ Checkmark Certificate จากเวสต์ โคสท์ แล็บ (West Coast Labs) ประเทศอังกฤษ และยืนยันประสิทธิภาพ ปกป้องคอมพิวเตอร์แบบเรียลไทม์จากภัยคุกคามได้เป็นอย่างดี ด้วยเทคโนโลยีคลาวด์
เมื่อพฤติกรรมของผู้บริโภคหันมาให้ความสำคัญแก่การซื้อสินค้าออนไลน์แล้ว ผู้ประกอบการจึงอยู่นิ่งเฉยไม่ได้ การพัฒนาตเองให้ทันสมัย และก้าวไปพร้อม ๆ กับความก้าวหน้าทางเทคโนโยยีถือเป็นศักยภาพที่ดี ที่ผู้ประกอบการควรมี เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค แล้วเพื่อความเติบโตในธุรกิจนั้น ๆ สืบต่อไป