SMEs อายุน้อยเจ้าของ Feel So Good ธุรกิจร้านกาแฟนั่งเล่น สไตล์ Fustion


Feel So Good ธุรกิจร้านกาแฟนั่งเล่น สไตล์ Fustion โดย SMEs อายุน้อย ที่เริ่มต้นทำธุรกิจด้วยการศึกษาเรื่องรู้ด้วยตัวเอง โดยการวิเคราะห์การใช้บริการของลูกค้า เพื่อมาปรับรูปแบบการทำธุรกิจของตนเอง

Feel So Good

คุณปาณเดชา รื่นเริง อายุ 27 ปี เจ้าของร้านกาแฟ Feel So Good ที่ถือได่ว่า เริ่มทำธุรกิจตั้งแต่อายุยังน้อยและประสบความสำเร็จไปถึง 2 สาขา โดยสาขาแรกอยู่ที่ ถนนศรีนครินทร์ ซอย 64 และอีกสาขาหนึ่งอยู่ที่ หน้าด่านอรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ด้วยร้านสไตล์ Fustion  โดยผสมผสานกลิ่นอายความเป็นไทย และธีมลอนดอน จากความชอบส่วนตัวของเจ้าของร้านไว้ในร้านได้อย่างสวยงาม และลงตัว โดยมีคุณพ่อ เป็นไอดอลในการทำธุรกิจ ด้วยสไตล์มวยวัด คือหาข้อมูล เรียนรู้ด้วยการลงไปลงมือทำ และปฏิบัติจริง สังเกต ด้วยตัวเอง และรับฟังความคิดเห็นจากคนอื่น ๆ เพิ่มเติม

จุดเริ่มต้นร้านกาแฟ Feel So Good

จุดเริ่มต้นในการทำธุรกิจร้านกาแฟ แรกเริ่มมาจากครอบครัวของคุณปาณเดชา ทำการสร้างอาคารพาณิชย์ ให้เช่าเป็นสำนักงาน ซึ่งอยู่ห่างจากร้านกาแฟประมาณ 20 เมตร และมีธุรกิจที่ Car Wash ซึ่งโดยส่วนใหญ่ Car Wash มักอยู่ควบคู่กับร้านกาแฟ โดยคุณปาณเดชา เล่าว่า “การมีร้านกาแฟเป็นจุดดึงดูดความสนใจของลูกค้าได้อีกทางหนึ่ง เพราะนอกจากเราจะบริการ Car Wash แล้ว ลูกค้ายังได้นั่งจิบกาแฟพักผ่อนขณะรอรถ นอกจากนี้ยังเป็นการบริหารเวลาการรอรถของลูกค้าไม่ให้สูญเปล่า เพราะนอกจากจะได้ค่าบริการล้างรถแล้ว ร้านกาแฟยังเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ยอดขายของเราเพิ่มขึ้น”

ลูกค้าของ Feel So Good

กลุ่มลูกค้าปัจจุบันของร้าน Feel So Good โดยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มลูกค้า อายุโดยเฉลี่ยประมาณตั้งแต่ 27 ปี จนถึงอายุไม่เกิน 40 ปี ไดยมีฐานลูกค้าหลักเป็นกลุ่มลูกค้าที่ชอบกาแฟเย็น ทั้งนี้คุณปาณเดชา บอกถึงสูตรพิเศษของทางร้านว่า “เมล็ดกาแฟที่เรารู้จักกัน ก็จะเป็นอาราบิก้า กับโรบัสต้า ผมใช้ 2 ตัวนี้มาผสมกัน เพราะว่าอาราบิกาให้กลิ่น ส่วนโรบัสต้าให้รส และเมืองไทยเป็นเมืองร้อน คนไทยส่วนใหญ่ก็เลยชอบกาแฟเย็น ผมจึงให้ความสำคัญกับเอาใจใส่ในเรื่องของรสชาติ วัตถุดิบที่ใช้ และความสะอาดที่ร้าน รวมทั้งบริการด้วยครับ”

สำหรับในอนาคตนั้น คุณปาณเดชามีจุดมุ่งหมายในการขยายสาขาเพิ่มเติม เพื่อเปิดรับลูกค้าใหม่โดยคุณปาณเดชามีแนวคิดที่ว่าเพียงแค่จากการโฆษณา อาจไม่เพียงพอต่อการขยายฐานลูกค้า เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคส่วนใหญ่ต้องการความสะดวกสบาย การขยายสาขาเพิ่มจึงเป็นอีกส่วนหนึ่งที่จะช่วยเพิ่มยอดขาย และทำให้ร้าน Feel So Good เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น

แผนการทำธุรกิจ

สำหรับแผนในอนาคตอันใกล้นี้ คุณปาณเดชา เล่าว่า “ต้องบอกก่อนว่าหากเป็นร้านกาแฟใหญ่ ๆต้องใช้งบในการลงทุนค่อนข้างเยอะ และมีพื้นที่มีบริเวณกว้าง โดยส่วนตัวแล้วผมคิดว่า อยากลงทุนด้วยเงินจำนวนน้อย และได้ผลกำไรที่สมน้ำสมเนื้อ ผมมองเป็นการทำ kiosk กาแฟสดในย่านที่คนพลุ่งพล่านเป็น สิ่งน่าสนใจ เนื่องจากสามารถลดต้นทุนในหลาย ๆ ด้านได้ ทั้งค่าเช่าที่ และค่าจ้างพนักงานดูแลร้าน เนื่องจาก หากเป็นร้านใหญ่ก็ต้องมีพนักงานไว้บริการหลายคน และการลงทุนสร้าง kiosk มันคุ้มค่าตรงที่ เมื่อหมดสัญญาเช่า เราสามารถยกเลิกสัญญา และยกร้านเปลี่ยนทำเลไปที่ไหนก็ได้ โดยไม่ต้องทุบทิ้งแล้วสร้างใหม่ สำหรับในอีกไม่กี่เดือนที่จะถึงนี้จะมีการเปิดประชาคมเสรีการค้าอาเซียน ผมวางแผนที่จะส่งออกเมล็ดกาแฟ เพราะทุกวันนี้ผมรับเมล็ดกาแฟจากโรงคั่วเอง ไม่ได้ผ่าน กับเอเจนซี่ใด และผมก็สามารถขายส่งได้ ในราคาที่เหมาะสม โดยเลือกจัดส่งไปในหลาย ๆ ที่ เมล็ดกาแฟอาราบิก้าไม่เพียงพอ หรือ ขายตลาด ซึ่งจะทำให้ผมมีจำนวนลูกค้า เพิ่มขึ้นมากมายจากการเปิดอาเซียนครับ”

มุมมองธุรกิจร้านกาแฟจาก Feel So Good

มุมมองร้านกาแฟในประเทศไทยของคุณปราณเดชา มองว่า มีการแข่งขันค่อนข้างสูง เนื่องจากร้านกาแฟในประเทศไทยถูกเปิดขึ้นอย่างมากมาย ค่อนข้างล้นตลาด เพราะฉะนั้น การหาทำเลดี ๆ ในการเปิดร้าน หรือสาขาใหม่ ๆ ค่อยข้างเป็นไปได้ยาก เพราะคุณปราณเดชามีความคิดเกี่ยวกับพฤติกรรมผู้บริโภคว่า เมื่อคนเรา อยากหากาแฟดื่มสักแก้ว ความสะดวกสบายย่อมมาเป็นที่หนึ่ง นอกจากนี้ยังรวมถึง ควรให้ควาสำคัญเรื่องของงานบริการที่ดี บรรยากาศในร้าน และ WiFi ให้ลูกค้าสามารถนั่งทำงานภายในร้านได้ ดังนั้น WiFi ก็ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญในการทำธุรกิจร้านกาแฟในยุคสมัยนี้อีกด้วย