การรวมกลุ่มทางการเงินของอาเซียนเผชิญความท้าทาย


บรูไน ไทม์ รายงานว่า อีวาน ทัน (Ivan Tan) ผู้อำนวยการเรทติ้ง เซอร์วิสของสแตนดาร์ดแอนด์พัวร์ในมาเลเซียและสิงคโปร์ กล่าวว่า ความแตกต่างของระดับการเปิดเสรีทางการเงินทำให้ต้องใช้ระยะเวลาที่ยาวนานสำหรับการรวมกลุ่มทางการเงิน (financial consolidation) ในหมู่ชาติสมาชิกอาเซียน  ทั้งนี้อาเซียนในฐานะเป็นกลุ่มนั้นไม่ได้เหมือนกัน และมีกรอบกฎเกณฑ์ที่แตกต่างกัน ทำให้การรวมกลุ่มเป็นกระบวนการที่ยากและยาวนาน 

บางประเทศในสมาชิกอาเซียนกำลังไปในทิศทางที่ถูกต้องโดยลดข้อจำกัดต่างๆ ขณะที่บางประเทศได้เลือกที่จะคงนโยบายปกป้องการค้า หรือเพิ่มระดับการปกป้องการค้า โดยฟิลิปปินส์เพิ่งยกเลิกการห้ามเป็นเจ้าของของธนาคารต่างชาติ ทำให้ธนาคารต่างชาติถือหุ้นได้ 100% ในธนาคารท้องถิ่น หรือเปิดบริษัทลูกภายใต้กฎหมายของประเทศ ทางด้านเวียดนามคงไว้ซึ่งการถือหุ้น 30% ขณะที่อินโดนีเซียตัดสินใจที่จะกำหนดการถือหุ้นไว้ที่ 40% ซึ่งเป็นก้าวที่ถอยหลังจากเพดาน 90% ในอดีต

อีวาน ทัน กล่าวว่า แม้จะมีเป้าหมายอยู่แล้ว แต่ความเร็วและทิศทางของชาติสมาชิกก็สามารถแตกต่างกันมาก และอาจจะเคลื่อนไปในทิศทางที่แตกต่างกัน โดยความแตกต่างของกฎเกณฑ์ทำให้ธนาคารท้องถิ่นได้รับการปฏิบัติที่แตกต่างจากธนาคารต่างชาติ โดยธนาคารต่างชาติได้ถูกจำกัดทางกิจกรรมการเงินที่ได้รับอนุญาตให้ทำได้ ทั้งนี้การรวมกลุ่มทางการเงิน (Financial Integration) เป็นองค์ประกอบหนึ่งของเออีซี ซึ่งมุ่งเป้าหมายที่การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจของชาติสมาชิกอาเซียน

ตามพิมพ์เขียวของอาเซียน เออีซีจะทำให้อาเซียนเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียวกัน ทำให้ภูมิภาคมีความสามารถเชิงแข่งขันมากขึ้นในด้านการพัฒนาเศรษฐกิจ เช่น การเคลื่อนย้ายแรงงาน และกลไกสถาบันอื่นๆ สำหรับในบริบททางการเงิน นายทัน กล่าวว่า การรวมกลุ่มจะทำให้อาเซียนมีความสามารถที่เข้มแข็งขึ้นและแข่งกับธนาคารระดับโลกขนาดใหญ่ นอกจากนั้นธนาคารยังจะดำเนินธุรกิจในสนามแข่งขันที่เท่าเทียมอีกด้วย

ขอบคุณรูปจาก http://static.rappler.com/