เปิดตลาดออนไลน์ในจีนมีแต่รุ่ง


ในช่วงที่ผ่านมาประเทศจีน มีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจจากภาคการค้าและการลงทุนไปสู่การบริโภค ซึ่งหากพิจารณาจากตัวเลขในช่วง 3 ไตรมาสแรกของปี 2557 พบว่าจีนมีสัดส่วนภาคการบริโภคคิดเป็นร้อยละ 48.5 ของจีดีพี เพิ่มขึ้นมาจากร้อยละ 45.9 ในปี 2556 ในขณะที่ภาคลงทุนและการค้าของจีนคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 41.3 และร้อยละ 10.2 ของจีดีพี ทั้งนี้รัฐบาลจีนได้สนับสนุนการค้าผ่านช่องทางออนไลน์เพื่อใช้เป็นเครื่องมือกระตุ้นการบริโภคในประเทศและเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจีนในระยะข้างหน้า โดยมีเป้าหมายกระตุ้นการบริโภคผ่านการค้าออนไลน์ทั้งการเข้ามามีบทบาทในการกำหนดกฎระเบียบ อาทิ การออกกฎระเบียบเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคในการคืนสินค้าภายใน 7 วัน ที่มีส่วนช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับผู้ซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในด้านความเร็วอินเทอร์เน็ตและการพัฒนาระบบโลจิสติกส์เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคในพื้นที่ชนบทมากขึ้น ล้วนเป็นตัวส่งให้ตลาดค้าปลีกออนไลน์ของจีนจะเติบโตต่อไปอีกในระยะข้างหน้า และนำมาซึ่งโอกาสของผู้ประกอบการไทยในหลากหลายธุรกิจ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า จากปัจจัยส่งเสริมดังกล่าวทำให้มูลค่าการค้าปลีกออนไลน์ (Online Retail Sales) ของจีนในปี 2557 เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2.7 ล้านล้านหยวน หรือราว 440.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เติบโตราวร้อยละ 43 (YoY) ซึ่งเทียบเป็นสัดส่วนร้อยละ 4.2 ของจีดีพี มากกว่าสหรัฐฯที่มีมูลค่าค้าปลีกออนไลน์อยู่ที่ 304.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือเทียบเป็นสัดส่วนอยู่ที่ร้อยละ 1.8 ของจีดีพี   โดยในหนึ่งปีชาวจีนที่ใช้อินเทอร์เน็ตมีสัดส่วนการใช้จ่ายผ่านช่องทางออนไลน์อยู่ที่ร้อยละ 9.1 ของรายได้ประชากรต่อหัว ขณะที่สหรัฐฯ มีสัดส่วนอยู่ที่ร้อยละ 2.2

พฤติกรรมผู้บริโภคมีผลอย่างมากต่อการค้าออนไลน์ สินค้าที่ชาวจีนนิยมซื้อออนไลน์อันดับหนึ่งยังเป็นเสื้อผ้า เครื่องประดับ รองเท้า กระเป๋า รองลงมาได้แก่  สินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวัน/ครัวเรือน และหากพิจารณาสินค้าที่มียอดขายออนไลน์สูงสุดในจีน สินค้ากลุ่มอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ โทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์มีการซื้อขายที่โดดเด่น ในขณะที่ อุปกรณ์กีฬา อาหารและเครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับแม่และเด็กยังอยู่ในกลุ่มสินค้าที่ชาวจีนซื้อหาผ่านช่องทางออนไลน์ รวมไปถึงเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและน้ำหอมที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ รัฐบาลจีนยังเข้ามาดูแลด้านความปลอดภัยในด้านการชำระเงิน ทำให้เกิดความรวดเร็วในการส่งสินค้า เป็นการส่งเสริมความมั่นใจให้กับผู้ซื้อชาวจีน ส่งผลให้ชาวจีนนิยมซื้อหาสินค้าที่ราคาสูงขึ้นผ่านช่องทางออนไลน์ รวมไปถึงสินค้านำเข้าจากต่างประเทศเป็นที่นิยมสูง เมื่อพิจารณาหมวดสินค้าที่ชาวจีนนิยมซื้อหาผ่านช่องทางออนไลน์ อาจนับเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการ/ผู้ผลิตสินค้าไทย โดยเฉพาะในรายการสินค้าที่ได้รับการยอมรับด้านคุณภาพและความประณีต อาทิ กลุ่มอัญมณีและเครื่องประดับ สินค้าแฟชั่น รวมไปถึงสินค้าอาหารและสุขภาพที่หลากหลาย เช่น เครื่องสำอางบำรุงผิว วิตามินอาหารเสริม ตลอดจนผลไม้แห้งโดยเฉพาะทุเรียนแห้งจากไทย ซึ่งชาวจีนก็สนใจและให้การตอบรับที่ดี

ทั้งนี้ สำหรับผู้ประกอบการไทยที่ต้องการเจาะตลาดจีนผ่านช่องทางออนไลน์ ถ้ามีแบรนด์เป็นที่รู้จักในตลาดโลกสามารถทำตลาดในจีนได้ไม่ยากนัก ในขณะที่สินค้าต่างประเทศที่เป็นแบรนด์สินค้าใหม่ หรือสินค้าที่ แบรนด์ยังไม่ติดตลาดมากนัก ผู้ประกอบการไทยอาจจำเป็นต้องให้ผู้บริโภคเข้าถึงตัวสินค้า (Consumer Education) โดยผ่านการใช้โปรโมชั่น และการให้ทดลองใช้สินค้าฟรีแลกเปลี่ยนกับการรีวิวสินค้าผ่านช่องทางเว็บซื้อขายสินค้าออนไลน์ของจีน ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา ทุเรียนอบแห้งของไทย ได้รับความนิยมอย่างมากในจีน โดยมีการการซื้อหาเป็นอันดับ 6 ของสินค้าเกษตรนำเข้าผ่านช่องทางออนไลน์ รองมาจากน้ำผึ้ง (นิวซีแลนด์) รังนก (มาเลเซีย) อาหารเสริมสกัดจากรังผึ้งหรือ Propolis (นิวซีแลนด์) ชาอูหลง(ไต้หวัน) และ ปลิงทะเล(สหรัฐฯ)  ตามลำดับ  

ช่องทางค้าออนไลน์สำหรับผู้ประกอบการไทยถือได้ว่ามีความได้เปรียบด้านต้นทุนการจำหน่ายที่อยู่ในระดับต่ำ การกำหนดกลุ่มเป้าหมายสามารถทำได้ชัดเจน รวมไปถึงความรวดเร็วและสะดวกในการประชาสัมพันธ์สินค้าหากเทียบกับช่องทางจำหน่ายธรรมดา สำหรับการเข้าสู่ตลาดจีน ช่องทางออนไลน์เปรียบเหมือนช่องทางลัดสำหรับผู้ประกอบการไทยที่สามารถแทรกตัวลงสู่พื้นที่ในเมืองและชนบท ที่ล่าสุด จีนได้แต่งตั้งให้ศูนย์โลจิสติกส์นานาชาติเมืองซีอาน (International Trade and Logistics Park: ITL) ให้เป็นท่าสินค้าทางบกครบวงจรแห่งแรกของประเทศจีนที่ตั้งอยู่ในมณฑลส่านซี และเป็นศูนย์ทดลองการค้าข้ามแดนผ่านระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์แห่งที่สองของภาคตะวันตกเฉียงเหนือต่อจากนครหนิงเซี้ย ซึ่งจะเป็นช่องทางที่ช่วยเพิ่มโอกาสให้แก่ธุรกิจไทย และจะช่วยเร่งผลักดันสินค้าอุปโภคบริโภคเข้าสู่พื้นที่ด้านในของประเทศจีนที่นับวันจะมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจและพัฒนามากขึ้นเรื่อยๆ

จากพฤติกรรมผู้บริโภคจีนที่มีแนวโน้มในการซื้อหาสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ และนิยมสินค้าหลากหลายชนิดจากต่างประเทศ ทำให้เป็นโอกาสเข้าสู่ตลาดจีนสำหรับผู้ประกอบการไทยที่มีความสนใจ ทั้งนี้ สำหรับช่องทางการค้าออนไลน์ในการเข้าสู่ตลาดจีนสามารถทำได้ทั้งการเข้าสู่ตลาดด้วยตนเองและการหาพันธมิตรชาวจีน โดยควรเลือกให้เหมาะสมกับแต่ละธุรกิจ ซึ่งการเริ่มต้นนำสินค้าเข้าสู่ตลาดค้าออนไลน์สามารถทำได้โดยผ่านช่องทางสำคัญ ได้แก่

•              การส่งตรงจากไทย สร้างเว็บไซต์เป็นตัวกลาง  เหมาะสำหรับธุรกิจเกี่ยวข้องกับสินค้าที่มีลักษณะเฉพาะ ยากแก่การลอกเลียนแบบ รวมไปถึงสินค้าในระยะแรกเริ่มทดลองตลาด

•              การส่งตรงจากไทย ผ่านเว็บไซต์ฝากขายนอกประเทศจีน (3rd Party Platform) การขายสินค้าผ่านช่องทางนี้มีข้อดีคือ การมีช่องทางการขายเพิ่มมากขึ้นกว่าช่องทางแรก และได้ประโยชน์จากการอาศัยฐานลูกค้าเดิมของเว็บไซต์ฝากขายนั้นๆ รวมไปถึงการใช้วิธีนี้จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเริ่มต้นธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว

•              การจัดตั้งเว็บไซต์ในจีน จดทะเบียนธุรกิจเป็นบริษัทสัญชาติจีนเพื่อเปิดร้านค้าออนไลน์ ซึ่งข้อดีของการใช้วิธีนี้คือ สามารถเข้าใจแนวโน้มตลาดจีนได้ดีกว่าสองวิธีแรก การส่งสินค้าและการบริการหลังการขายสามารถทำได้รวดเร็ว

•              การจัดตั้งเว็บไซต์ในจีนและลงทะเบียนเปิดร้านค้าผ่านเว็บไซต์ตัวกลางในการขายสินค้าออนไลน์ของจีน ถือได้ว่าเป็นช่องทางเชิงรุกที่ช่วยให้สามารถเข้าถึงผู้บริโภคชาวจีนได้อย่างมีประสิทธิภาพจากฐานลูกค้าที่มีจำนวนมาก นอกจากนี้ ขั้นตอนการลงทะเบียนเพื่อเปิดหน้าร้านในเว็บไซต์ตัวกลางของจีนเดิมธุรกิจจำเป็นต้องมีการจดทะเบียนเป็นบริษัทในจีน อย่างไรก็ดี ล่าสุด เว็บไซต์ฝากขายสินค้าชื่อดังบางเว็บไซต์ ได้เริ่มเปิดโอกาสให้สินค้าจากต่างประเทศที่เป็นเจ้าของแบรนด์สินค้าหรือได้รับสิทธิ์การจำหน่าย สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมเป็นผู้ขายในเว็บไซต์ได้

                อย่างไรก็ดี ผู้ประกอบการที่ต้องการนำสินค้าส่งไปเปิดตลาดที่จีน ควรมีการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคให้เป็นอย่างดี รวมถึงเงื่อนไขในการชำระสินค้า เพื่อให้การค้าเป็นไปอย่างราบรื่น และไร้ปัญหาเรื่องพรมแดน