การเทขายหุ้นในตลาดเกิดใหม่สร้างความกังวลในเอเชีย


วอลล์สตรีทเจอนัลด์ รายงานว่า กิจกรรมการผลิตของจีนที่แย่กว่าคาดเล็กน้อยได้เพิ่มแรงกดดันในภูมิภาค โดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและเอฟทีเอสอี เบอร์ซ่า มาเลเซีย (FTSE Burse Malaysia) ตกลงมากกว่า 2% ท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มขึ้นจากหลายปัจจัย จากราคาน้ำมันที่ลดลงจนถึงแนวโน้มการใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดในสหรัฐอเมริกา ทั้งนี้ตลาดหุ้นที่ร่วงในเอเชียเป็นการพักจากช่วงเวลาที่ค่อนข้างยืดหยุ่นเปรียบเทียบกับตลาดเกิดใหม่ในที่อื่น

ตัวอย่างเช่น ตลาดหุ้นในฟิลิปปินส์และอินโดนีเซียได้เติบโตด้วยตัวเลขสองหลักตั้งแต่เริ่มต้นในปีนี้ ท่ามกลางความคาดหวังว่านักลงทุนจะเทขายในตลาดที่เสี่ยงกว่าเมื่อสหรัฐฯใกล้ที่จะขึ้นดอกเบี้ย โดยธนาคารกลางสหรัฐคาดว่าจะเสนอแนวโน้มดอกเบี้ยล่าสุดในแถลงการณ์วันพุธ ซึ่งอาจจะทำให้ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นต่อไปเทียบกับเงินสกุลอื่นทั่วโลก 

ในอินโดนีเซีย เทรดเดอร์กล่าวว่า ธนาคารกลางได้เข้ามาแทรกแซงเพื่อสนับสนุนเงินรูเปีย ซึ่งได้ตกลงสู่ระดับต่ำสุดตั้งแต่ปี 1998 ในวันจันทร์ สำหรับในอินเดีย เงินรูปีได้ตกลงต่ำสุดในรอบมากกว่า 13 เดือนเทียบกับเงินยูเอสดอลลาร์ โดยเจเอสเอ๊กซ์ สต็อก เบนช์มาร์ค (JSX Stock Benchmark) ของอินโดนีเซียได้ตกลงเกือบ 2% ขณะที่ดัชนีเอสแอนด์พี บีเอสอี เซนเซก (S&P BSE Sensex) ลดลง 0.6% 

ทั้งนี้ตลาดจีนมีภูมิคุ้นกันจากการขายในตลาดเกิดใหม่ แม้ว่าจีนต้องเผชิญภาวะลมต้าน (headwinds) ในตัวเอง สำหรับตลาดฮั่งเส็งของฮ่องกงตกลง 1.6% หลังจากกิจกรรมภาคการผลิตเบื้องต้นของ HSBC สำหรับเดือนธันวาคมอยู่ที่ 49.5 ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณการหดตัว เปรียบเทียบกับเดือนที่แล้วที่อยู่ที่ 50 นักเศรษฐศาสตร์คาดว่าดัชนีนี้จะคงที่ โดยจะอยู่ที่ระดับต่ำสุดในรอบ 6 เดือน

ขอบคุณภาพจาก bitcoininspector.com