กระทรวงพาณิชย์ไทยหารือผนึกกำลังเมียนมาร์ เปิดโอกาสขยายช่องทางการค้าชายแดน


พล.อ. ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เข้าร่วมหารือกับ นายอู วิน มิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เมียนมาร์ โดยทั้งสอง ประเทศได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการค้าชายแดน ที่จะสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไปในทิศทางที่ดีขึ้น

เศรษฐกิจในพื้นที่ชายแดน  สามารถสร้างรายได้และสร้างโอกาสทางการค้าให้กับผู้ประกอบการและประชาชนทั้งสองประเทศได้เป็นอย่างดี
กระทรวงพาณิชย์ไทย และเมียนมาร์ จึงเห็นพ้องกันในการเร่งรัดผลักดันการดำเนินงาน และได้มีการ ตั้งเป้ามูลค่าการค้าชายแดนระหว่างกันในปี 2559 เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว รวมถึงได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการร่วมการค้าชายแดนไทย-เมียนมาร์ เพื่อขับเคลื่อนการค้าชายแดน นอกจากนี้ยังได้มีการจัดตั้งสภาธุรกิจเพื่อขยายการค้าและการลงทุนบริเวณชายแดน และสนับสนุนให้ภาคเอกชนพัฒนาศูนย์กลางการค้าส่ง ค้าปลีก การบริการด้านสุขภาพ การท่องเที่ยว และการศึกษาในเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอดและเมียวดีอีกด้วย

โดย พล.อ. ฉัตรชัย เผยว่า วาระดังกล่าวเป็นเรื่องที่รัฐบาลไทยให้ความสำคัญมาก สำหรับการหารือเป็นไปด้วยบรรยากาศที่เป็นมิตรภาพ ทั้งสองฝ่ายเน้นถึงความร่วมมือในการส่งเสริมการค้าชายแดน ซึ่งมีความสำคัญต่อไทยและเมียนมาร์อย่างยิ่ง  เนื่องจากการค้าชายแดนระหว่างกันมีสัดส่วนกว่าร้อยละ 80 ของการค้ารวม ทั้งนี้ความร่วมมือจะช่วยให้เกิดการเชื่อมโยงทั้งสองประเทศ ให้พร้อมเติบโตไปด้วยกัน อีกทั้งยังเกิดประโยชน์แก่ประชาชนในพื้นที่ของทั้งสองฝ่าย

และ พล.อ. ฉัตรชัย เผยอีกว่า ในวันที่ 29 มกราคม 2558 ตน และ นายอู วิน มิน จะเดินทางไปร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดงาน “มหกรรมการค้าชายแดน” ที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เนื่องจากการหารือของทั้งสองประเทศในครั้งนี้ ไทยได้เสนอยุทธศาสตร์ “แม่สอด-เมียวดี โมเดล” ผ่านช่องทางทางการทูตให้เมียนมาร์พิจารณาและหารือในรายละเอียดเพื่อให้ได้ผลเป็นรูปธรรม ในการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมทางการค้า (Joint Trade Commission: JTC) ไทย-เมียนมา ในเดือนสิงหาคมที่จะถึงนี้
มั่นใจว่า ยุทธศาสตร์ “แม่สอด-เมียวดี โมเดล” จะเป็นกลไกในการขับเคลื่อนความร่วมมือการค้าชายแดนระหว่างไทยกับเมียนมาร์อย่างบูรณาการและเกิดผลที่เป็นรูปธรรมในการกระตุ้นการขยายตัวทางการค้าและการลงทุนในเมืองหน้าด่านชายแดนด้วยใช้การเชื่อมโยงเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ แม่สอด จังหวัดตาก กับเขตอุตสาหกรรมและการค้าเมียวดี 

โดยมีองค์ประกอบสำคัญของยุทธศาสตร์ 4 มาตรการสำคัญ ดังนี้
1. การส่งเสริมและพัฒนาระบบโลจิสติกส์ชายแดนทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งและกฎระเบียบต่างๆ
2. การจัดตั้งกลไกส่งเสริมการลงทุนและบริหารจัดการสินค้าเกษตรครบวงจรตามแนวชายแดน
3. การเคลื่อนย้ายแรงงาน ความร่วมมือด้านท่องเที่ยว
4. การสถาปนาความสัมพันธ์บ้านพี่เมืองน้อง (Sister Cities) ระหว่างแม่สอดกับเมียวดี ซึ่งคณะรัฐมนตรีไทยได้ให้ความเห็นชอบในหลักการแล้ว

อนึ่ง ความสัมพันธ์ทางการค้าของไทยและเมียนมาร์ดำเนินการท่ามกลางความสัมพันธ์อันดีตลอดมาและการค้าชายแดนเป็นช่องทางทางการค้าที่ดีที่สุดช่องทางหนึ่ง ทั้งนี้ ยุทธศาสตร์ “แม่สอด-เมียวดี โมเดล” จะเป็นจะเป็นประตูนำร่องอันดีของการค้าและการลงทุนทั้งผู้ประกอบการไทยเอง และเมียนมาร์ ถือเป็นการต้อนรับการค้าเสรีประชาคมอาเซียนอย่างเป็นทางการก็ว่าได้เลยทีเดียว