เศรษฐกิจอินโดนีเซียเติบโตต่ำสุดในรอบ 5 ปี


สำนักข่าวบีบีซี รายงานว่า จีดีพีของอินโดนีเซียเติบโต 5% ในปี 2557 เปรียบเทียบกับอัตราการเติบโต 5.58% ในปีก่อนหน้า อินโดนีเซียซึ่งเป็นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นับเป็นผู้ส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์รายใหญ่ เช่น น้ำมันปาล์ม, ยาง, ถ่านหิน, ดีบุก แต่รายได้ต้องมาลดลงจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์เหล่านี้ลดลง 

อินโดนีเซียยังต้องเจอบรรยากาศการลงทุนต่างชาติที่ไม่กระตือรือล้น เนื่องจากความไม่แน่นอนทางการเมือง การ์เร็ท ลีเธอร์ นักเศรษฐศาสตร์เอเชียของบริษัทแคปิตอล อีโคโนมิคส์ กล่าวถึงอัตราการเติบโตของอินโดนีเซียว่า “น่าผิดหวัง” โดยประธานาธิบดีโจโค วิโดโด แม้ว่าจะดูมีศักยภาพในช่วงแรก กำลังเจอความท้าทายที่หนักหนาในการฟื้นเศรษฐกิจ แม้ว่าอัตราการเติบโตจะไม่ตกต่ำไปกว่านี้ แต่การฟื้นตัวก็ไม่น่าจะเกิดขึ้นในระยะสั้น ด้วยราคาโภคภัณฑ์ที่อ่อนแอ และอัตราดอกเบี้ยที่สูง จะส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ

ทั้งนี้อินโดนีเซียกำลังประสบความยากลำบากในการยับยั้งอัตราเงินเฟ้อสูง ซึ่งอ่อนตัวสู่ 6.96% ในเดือนมกราคม จาก 8.36%ในเดือนธันวาคม อินโดนีเซียยังต้องเจอการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดจำนวนมาก ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อประเทศนำเข้ามากกว่าส่งออก โดยการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดคิดเป็น 3.1% ของจีดีพีในไตรมาส 3 ทั้งนี้ตลาดหุ้นอินโดนีเซียตกลง 0.8% หลังจากมีการประกาศจีดีพีออกมา

ทั้งนี้ประธานาธิบดีโจโค วิโดโด ต้องการเพิ่มการเติบโตสู่ 5.6-5.8% ในปีนี้ และต้องการทำให้การเติบโตเฉลี่ยของอินโดนีเซียอยู่ที่ 7% ในช่วงที่ดำรงตำแหน่ง 5 ปี จากการลงทุนที่สูงขึ้นและงบการใช้จ่ายของรัฐบาลที่เพิ่มขึ้น