ญี่ปุ่นมีแนวโน้มจะฟื้นตัวจากเศรษฐกิจถดถอย


วอลสตรีทเจอนัลด์ ทำการสำรวจความคิดเห็นของนักเศรษฐศาสตร์จำนวน 20 คนซึ่งคาดการณ์ว่า จีดีพีของญี่ปุ่นจะขยายตัว 3.6% ในช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคมจากช่วงเวลาเดียวกันในปีก่อนหน้า ทั้งนี้การฟื้นตัวของมาตรวัดที่กว้างที่สุดของกิจกรรมเศรษฐกิจประเทศก็ไม่ได้สร้างความประหลาดใจมากนัก นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ถึงการพัฒนาในบางระดับหลังจากเศรษฐกิจญี่ปุ่นติดลบ 6.7% ในไตรมาส 2 และติดลบ 1.9% ในไตรมาส 3 ปีที่แล้ว หลังจากรัฐบาลปรับขึ้นภาษีการขาย (Sales Tax) เป็นครั้งแรกในรอบ 17 ปีในเดือนเมษายนปีที่แล้ว โดยนักเศรษฐศาสตร์มักจะนิยามเศรษฐกิจถดถอยว่า เกิดขึ้นเมื่อเศรษฐกิจติดลบติดต่อกัน 2 ไตรมาส คำถามคือการฟื้นตัวจะแข็งแกร่งและยืนยาวเพียงใด

การทำให้เศรษฐกิจญี่ปุ่นกลับมาบนหนทางการเติบโตในระยะยาวเป็นงานสำคัญของนายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบะ ซึ่งขึ้นสู่อำนาจในช่วงปลายปี 2555 และได้สัญญาว่าจะทำให้ญี่ปุ่นพ้นจากช่วงเวลายาวนานของการเติบโตต่ำและราคาตกต่ำ โดยรัฐบาลญี่ปุ่นจะเผยตัวเลขจีดีพีในไตรมาส 4 ในวันจันทร์ที่ญี่ปุ่น

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ของธนาคารกลางญี่ปุ่นบางคนเชื่อว่า การบริโภคภาคเอกชนยังขาดความแข็งแกร่ง โดยการบริโภคภาคเอกชนคิดเป็น 60% ของจีดีพีและมีความสำคัญต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ทั้งนี้อีกหนึ่งพื้นที่ที่จ้องจับตาก็คือ การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัย (residential investment) โดยการซื้อบ้านตกลงในช่วงเดือนเมษายน-กันยายนหลังจากผู้ซื้อได้รีบเข้าตลาดก่อนที่จะมีการขึ้นภาษีการขาย ทว่านักเศรษฐศาสตร์บางคนเชื่อว่าการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัยได้ถึงจุดต่ำสุดไปแล้วในไตรมาสสุดท้ายของปี 2557 และได้เริ่มที่จะฟื้นตัว

แม้ว่าความต้องการในประเทศโดยทั่วไปจะยังคงฝืดเคือง แต่การส่งออกได้ขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง และทำการกระตุ้นเศรษฐกิจ นอกจากนั้นเงินเยนที่อ่อนค่าลงประมาณ 30% เทียบกับดอลลาร์ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาได้ทำให้สินค้าญี่ปุ่นแข่งขันได้มากขึ้นในตลาดต่างประเทศ และทำให้บริษัทญี่ปุ่นเพิ่มมาร์เก็ตแชร์ในเอเชียและสหรัฐอเมริกา

เครดิตภาพจาก economywatch.com